11 หนังที่ให้แง่คิดศึกษาค้นพบความหมายของชีวิต เพื่อผ่านพ้นความทุกข์ใจแห่งช่วง

หนังออนไลน์ฟรี ผู้ใดกำลังหา ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ที่ให้แง่คิดของชีวิต ในตอนกักบริเวณจากไวรัสวัววิดแบบงี้ ต้องตามมาทางนี้ ด้วยเหตุว่าพวกเราจะมาชักชวนทุกคนดูหนังที่ให้แง่คิดศึกษาและทำการค้นพบความหมายของชีวิต หลายๆคนบางครั้งอาจจะเคยทราบคำพูดที่ทำการดูหนังดีๆสักเรื่อง สามารถทำให้วิญญาณของพวกเราสะอาดขึ้น ด้วยเหตุนั้น หลายๆครั้งการศึกษาถึงหนทางของการแก้ไขปัญหาชีวิต พวกเราสามารถใช้บทเรียนอะไรบางอย่างที่อยู่ในหนังมาประยุกต์ใช้กับตนเองได้ และในท้ายที่สุด ถึงแม้เวลาแค่สองชั่วโมงกับหนังสักเรื่องอาจจะช่วยเหลืออะไรเราไม่ได้ก็ตาม แม้กระนั้นอย่างน้อยเราก็เชื่อว่าช่วงของหนังที่มีมุมมองด้านบวกสักหัวข้อนั้นตั้งแต่เริ่มฉายจนกระทั่งตอนสุดท้าย จิตใจของเรากำลังถูกปลอบใจทีละน้อยไปในตัว อย่างแน่นอน

1. The Martian (2015) เดอะ มาร์เชียน กู้ตาย 140 ล้านไมล์
ภายใต้แรงกดดันที่เกิดขึ้นในชีวิตของ มาร์ก วัตนีย์ หนึ่งในกลุ่มนักบินอวกาศขององค์การนาซานั้นคงจะไม่มีใครหนักหน่วงเท่าอีกแล้ว โน่นคือการที่เขาต้องหาทางเอาชีวิตรอดให้ได้บนดาวอังคารเพียงผู้เดียว แล้วก็ข้อคิดเตือนใจสำคัญของหนังประเด็นนี้อยู่ที่ตัวมาร์กบอกกับทุกคนว่า “ณ จุดใดจุดหนึ่ง ทั้งหมดทุกอย่างจะล้มเหลวใส่คุณ ทุกสิ่งทุกอย่างจะผิดพลาดจนถึงคุณบอกว่า นี่แหละ นี่เป็นตอนสุดท้ายของฉัน ขึ้นกับว่าคุณจะยอมหรือจะยืนขึ้นสู้ คุณแค่เริ่ม คิดคำนวณ ไขปัญหาแรกให้ได้ และก็หลังจากนั้นจึงค่อยจัดการกับปัญหาต่อไป แล้วก็ต่อไป เมื่อคุณแก้ไขปัญหาได้มากพอเพียง ท้ายที่สุดคุณจะได้กลับบ้าน”

2. Love Letter (1995) ถามรักจากสายลม
ภาพยนตร์ที่ใช้บรรยากาศของฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนักมาเป็นผู้แทนของความเหงาในใจของ ฮิโรโกะ วาตาที่นาเบะ และก็ความเจ็บปวดนั้นก็ถูกเยียวยาโดยสิ่งที่ไม่คาดคิด สิ่งนั้นเป็นจดหมายตอบกลับที่เธอทดลองเขียนถึงสามีของตนเองที่เพิ่งเสียชีวิตไปจากอุบัติเหตุ โดยส่งมาจาก อิตสึกิ ฟูจิอิ หญิงที่ชื่อแล้วก็ชื่อสกุลอย่างกับชายคู่รักของคุณโดยบังเอิญ เมื่อหญิงสาวทั้งสองที่หน้าตาเช่นเดียวกันราวกับแฝดได้มาเจอะกัน ความลับในสมัยก่อนที่หลบอยู่ในห้องสมุดของโรงเรียนมัธยมศึกษาที่ข้างชายเคยเรียนก็ค่อยๆถูกคลี่คลาย ฮิโรโกะก็ได้เจอกับการก้าวข้ามความเจ็บของชีวิต ส่วนอิตสึกิ (หญิง) ก็เจอกับความอบอุ่นในชีวิตเสมือนแดดจากฤดูใบไม้ผลิ

3. The PURSUIT of HAPPYNESS (2006) ยิ้มไว้ก่อนบิดาสอนไว้
ภาพยนตร์บอกชีวิตจริงของ คริสโตเฟอร์ การ์ดเนอร์ มหาเศรษฐีพันล้าน ซึ่งก่อนจะมาถึงจุดนี้ได้ต้องฝ่าฟันขวากหนามมากที่ต่างมารุมเร้าเขาจนกระทั่งกับจำต้องไปดำเนินชีวิตอยู่ภายในห้องน้ำสาธารณะกับลูกชายซึ่งเป็นเสมือนความสบายเดียวในชีวิตของเขา ก่อนที่สิ่งนั้นจะเป็นคติสอนใจว่า แม้ว่าจะเศร้าขนาดไหนก็ตาม แต่ว่าหากเรามองหาความสบายที่แอบหลบอยู่ในมุมมืดได้ สิ่งนั้นจะเป็นเหมือนแสงดวงจันทร์กลมโตที่ทำให้คุณอบอุ่นในกลางคืนอันมืดมิดอย่างสิ้นสงสัย

4. Eternal Sunshine of the Spotless Mind (2004) ลบเธอ…ให้ไม่ลืม
หากเราลืมความเจ็บได้ น่าจะดีไม่น้อย แต่ในชีวิตจริงไม่มีใครลืมได้จริง ต่อให้ โจเอล ดูหนังฟรีออนไลน์ใหม่ 2020 บาริช ชายที่ลบความจำที่มีด้วยกันกับแฟนสาวคนเก่าที่เขาเคยรัก แต่ถ้าว่าเมื่อเขารู้ตัวอีกครั้ง ก็พบว่าความจำนั้น ทำให้เขาได้เรียนรู้ถึงความหมายของชีวิตครอบครัว และความเจ็บไม่ใช่ตอนสุดท้ายของความเกี่ยวพัน แถมยังสามารถทำให้ทั้งคู่แก้ไขกันและกัน และก็เติบโตในความเชื่อมโยงถัดไปได้

5. 50/50 (2011) ฟิฟตี้ ฟิฟตี้ ไม่ตายก็รอดวะ
ภาพยนตร์ขึ้นหิ้งสายดราม่าน้ำตาซึม ที่บอกเล่าเรื่องราวของอดัม ชายหนุ่มผู้ใช้ชีวิตหายใจทิ้งไปวันๆเนี่องจากเขาเป็นมะเร็งก็เลยไร้ซึ่งสิ่งจูงใจใดๆก็ตามสำหรับการมีชีวิตต่อ ทำให้ไคล์ เพื่อนสนิทคู่กาย เริ่มเชิญเขาไปทำอะไรสนุกสนานๆบุ่มบ่ามสารพัด ก่อนที่จะโน่นจะแปลงเป็นข้อคิดเตือนใจสำคัญว่า สุดท้ายแล้วมนุษย์เราเกิดขึ้นมากาลครั้งหนึ่งในชีวิตจะมานั่งเสียใจไปเพราะเหตุไร การออกไปดำรงชีวิตให้สนุกสนานสุดเหวี่ยงตามใจฉัน คงเป็นคำว่าชีวิตได้ดีมากว่าการนั่งถอนหายใจคอยความตายอย่างแน่นอน

6. The Secret Life of Walter Mitty (2013) ชีวิตพิศวงของ วอลเตอร์ มิตตี้
เพราะเหตุว่าบางโอกาสคุณอาจจะไม่สบายใจอยู่ เพียงแค่คุณอาจจะยังไม่รู้ตัวเพียงเท่านั้น ภาพยนตร์หัวข้อนี้จึงเป็นตัวอย่างของความทุกข์ใจที่ไม่มีเสียงซึ่งแสดงออกมาได้อย่างดีเยี่ยม และนี่คือเรื่องราวของ วอลเตอร์ มิตตี้ หนุ่มบุคลากรที่ทำงานผู้ใช้ชีวิตไปวันๆก่อนที่จะเขาจะได้โอกาสได้เดินทางไปยังดินแดนอันเหน็บหนาว เหงา และก็เงียบกริบ ตราบจนกระทั่งเมื่อเขากลับมายืนที่เดิม ก็พบว่าตามที่เป็นจริงแล้วสิ่งที่เขาเคยรู้สึกว่าพอใจ กลับกลายความทุกข์ที่เขาก้มตัวยอมรับได้แล้วต่างหาก

7. The Notebook (2004) รักคุณหมดใจ ขีดไว้ให้โลกจารึก
เรื่องราวของสองหนุ่มสาว โนอาห์และก็อัลลี ที่ได้ตกหลุมรักกันอย่างหมดหัวใจ แต่จำเป็นต้องถูกชะตาแบ่งเรื่องชนชั้นมาเป็นปัญหาที่สำคัญต่อความรัก จนถึงทำให้ทั้งคู่จะต้องแยกจากกัน ก่อนที่ถัดมาทั้งคู่ได้กลับมาเจอกันอีกรอบ ภาพยนตร์เรื่องนี้ได้บอกให้พวกเรารู้เรื่องว่า ท้ายที่สุดแล้วความรักในแบบที่ไม่หวังผลตอบแทน เป็นทางออกที่ดีเยี่ยมที่สุดสำหรับความทุกข์ที่กำกวม ซึ่งหลายๆคนมักเรียกว่า ‘ความหวัง’ (จากความรัก)

8. The Perks of Being a Wallflower (2012) วัยป่วนหัวใจปึ้ก
นี่คงเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เรื่องความทุกข์ทรมานสะดุดใจรวมทั้งเตะตาเรามากที่สุด เมื่อวันหนึ่ง ชาลี ชายหนุ่มเขินอายที่มีปัญหาการเข้าสังคมได้เจอกับแซมรวมทั้งแพทริก เพื่อนกรุ๊ปแรกในชีวิตที่คอยช่วยเหลือเขา ทำให้เกิดอาการชาลีกลายมาเป็นเด็กที่มีชีวิตชีวาอีกรอบ เด็กหนุ่มทั้งหลายทำให้พวกเราทราบว่า ไม่ว่าใครจะเจอกับปัญหาที่เจ็บแบบไหน ถ้าหากมีใครบางคนรอรับฟังรวมทั้งอยู่ดูแลใจในขณะที่สิ้นหวัง เป็นช่องทางหลักที่ไม่ต้องนั่งขจัดปัญหาตามลำพังให้ทรมานจนเกินรับไหว

9. Begin Again (2013) เนื่องจากว่ารัก คือเพลงรัก
หนังหัวข้อนี้แสดงถึงภาพของคนหนุ่มสาวในปัจจุบันที่กำลังเจอกับทางเท้าในชีวิตที่ส่องสว่างเหมือนแสงสว่างของดวงสาว เพียงแค่ดาวคู่นี้มีดวงหนึ่งที่แสงสว่างเบาๆริบรี่ลงด้วยเหตุว่าเรื่องของความเกี่ยวพัน แล้วก็ผู้ชายวัยกลางคนซึ่งไม่ได้มีความแตกต่างกับดาวฤกษ์ที่แสงสว่างในตัวนั้นได้ดับลงไปแล้ว เมื่อดวงดาวสองดวงโคจรมาเจอกันจึงกลายเป็นแรงที่เกื้อหนุนจุนเจือกันแล้วก็ช่วยทำให้แสงแห่งชีวิตของแต่ละฝ่ายกลับมาส่องแสงได้อีกครั้ง แม้ในหนังจะมีเพลงซึ้งๆถูกอกถูกใจอย่าง Lost Stars แม้กระนั้นเพลงที่ทำให้เราปล่อยวางในเรื่องของความเกี่ยวเนื่องได้ก็คือ A Step You Can’t Take Back

10. INSIDE OUT (2015) น่าพิศวงอารมณ์ชุลมุน
ศึกษา สารภาพ เติบโต เรามอบสามคำนี้ให้กับภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ แม้ว่าเบื้องต้นจะมองเหมาะสมกับเด็กๆในเรื่องของการรู้ทันและก็จัดแจงกับอารมณ์ตนเอง แต่ว่าสำหรับคนแก่ที่ผ่านร้อนหนาวของชีวิตมาก่อน ไม่ใช่แค่รู้เรื่อง แม้กระนั้นสามารถปลอบประโลมใจในวันที่บางอารมณ์ซึมเซา หรือปล่อยวางในบางอารมณ์ที่กำลังเดือดพล่านได้ ภาพยนตร์ประเด็นนี้ไม่ได้สอน แต่ดึงรวมทั้งเค้นประสบการณ์ร่วม ก่อนจะสะท้อนกลับมาสู่จิตใจ ให้ปฏิบัติหน้าที่คัดกรองและแปลความหมายอีกรอบ

11. Anomalisa (2016) ‘คนอื่น’ ที่ต่างกันเช่นกัน
มนุษย์คืออะไร ความเจ็บเป็นยังไง การมีชีวิตคืออะไร ดูหนังออนไลน์ฟรี และก็เวลาเรามีจำกัด โน่นเป็นสิ่งที่พวกเราลืม ประโยคต้นๆจากตัวอย่างภาพยนตร์แอนิเมชันเรื่องนี้ที่เชื้อเชิญให้เราติดตามตัวนำอย่าง ไมเคิล สโตน ที่เจอกับวิกฤตวัยกลางคนไปจนกระทั่งจบ เพศชายที่พยายามดิ้นรนแสวงหาความสำราญภายใต้หน้ากาก พวกเราตามติดว่าในที่สุดแล้วเขาจะเจอกับความสุขที่เรียกว่าอะไร ความรัก งานการ หรือครอบครัว เราไม่บอก แต่ว่าเพียงแค่ทราบดีว่าการไม่หลอกตัวเองและเห็นด้วยให้ได้อาจจะเป็นยารักษาจิตใจที่ดีเยี่ยมที่สุดแล้ว

ลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดี ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

ดูหนังhd อยาก ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่บ้าน อยากได้ระบบเสียงชัดจัดเต็มแบบโรงภาพยนต์ คอหนังแบบพวกเราต้องมีลำโพงแบบเริ่ดๆใช่มั้ยล่ะ แล้วก็ถ้าหากพูดถึงลำโพงดูหนังอยู่บ้านไม่มีใครไม่คิดถึง Sound Bar กับ Home Theater เนื่องจากว่าทั้งคู่นั้นเป็นลำโพงดูหนังอยู่บ้านที่มอบพลังเสียงได้ครบถ้วนมากกว่าลำโพงชนิดอื่นแล้วก็เนื่องในสถานการณ์ตอนนี้ที่มีการระบาดโควิด-19 จึงทำให้คนอีกหลายคนปรารถนาเปลี่ยนแปลงจากการดูหนังในโรงหนังมาเป็นดูหนังในบ้านแทนจึงส่งผลให้ตอนนี้ยอดจำหน่ายของ Sound Bar กับ Home Theater พุ่งกระฉูด วันนี้พวกเราก็เลยมีสาระเกี่ยวกับ Sound Bar กับ Home Theater มาบอกให้คนที่ต้องการรู้ว่าลำโพงดูหนังอยู่บ้านเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

Sound Bar (ซาวด์บาร์) คืออะไร?
ซาวด์บาร์ ก็คือลำโพงชนิดหนึ่ง สถานที่สำหรับทำงานราวการเอาลำโพงหลายๆใบมาใส่รวมเอาไว้ภายในเคสยาวๆกลายเป็นลำโพงทรงแท่ง ที่มองเผินๆรวมทั้งหน้าตาไม่เสมือนลำโพงแบบเก่าที่เราคุ้นเคยกันสักเท่าไร
Home theater (โฮมเธียเตอร์) เป็นยังไง
โฮมเธียเตอร์ Home theater หรือ Home ดูหนังใหม่2020 cinema เป็นระบบภาพยนตร์สำหรับเพื่อการใช้งานในบ้าน โดยรวมเอาระบบเครื่องเสียง รวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือแสดงภาพเข้าด้วยกัน การใช้แรงงานภาพชอบระบบฉายภาพ โดยมีเครื่องฉายและจอ หรือทีวีจอใหญ่ หรือทีวีความแหลมคมชัดสูง การถ่ายทอดประสิทธิภาพเสียงนั้นอาศัยระบบเสียงรอบทิศทาง ที่มีความน่าไว้ใจสูง หรือระบบไฮไฟ

สรุปแล้วเลือกอะไรดีล่ะ ระหว่าง Sound bar กับ Home Theater

– คอนโดพื้นที่น้อยให้จัด Sound Bar
จุดแข็งของ Sound หนังออนไลน์ฟรี Bar เป็นการต่อว่าดตั้งในพื้นที่จำกัด นอกเหนือจากที่จะมีน้อยชิ้นแล้วตำแหน่งของการวางลำโพงก็ยังง่ายสุดๆ เพียงแค่ติดให้อยู่ตรงกลางโทรทัศน์เพียงแค่นั้น สะดวก ตอบโจทย์ห้องสไตล์คอนโด หรือห้องดูหนังที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก
– Sound Bar ให้ตำแหน่งเสียงพูดได้ดียิ่งไปกว่า
การวางลำโพงไว้กึ่งกลาง ทำให้เสียงพูดแล้วก็เสียงเบสแจ่มกระจ่างเท่ากัน ซึ่งตำแหน่งของเสียงพูดที่ดีจึงควรอยู่กึ่งกลาง ด้วยเหตุผลดังกล่าว ถ้าดูหนังกับเพื่อนๆแล้วอยากจะให้ทุกคนได้ยินเสียงพูดชัดตรงกันทั้งหมด เลือก Sound Bar ได้เลย!!
– เรื่องมิติของเสียงซ้ายขวาก็จำต้อง Home Theater
ลำโพง Sound bar ที่มีลักษณะทรงยาว ทำให้ระยะห่างของเสียงซ้ายและขวาอยู่ใกล้กันมากกว่าลำโพงที่วางแยกซ้ายแล้วก็ขวา โดยเหตุนี้ ถ้าคุณปรารถนาฟังเพลงอย่างมีอรรถรส โดยมีการแยกมิติของเสียงซ้าย-ขวาที่ชัดแจ้ง ลำโพงแบบ Home Theater จะเหมาะสมกับคุณที่สุด
– ความสวยก็ต้องคำนึง
ผู้ใดที่ติดอกติดใจชุดเครื่องเสียงก้องกังวานแบบจัดเต็มคงจะถูกใจกับความสวยสดงดงามวิจิตรตระการตาของ Home Theater ที่ให้ความรู้สึกเหมือนชูโรงภาพยนต์มาเอาไว้ในบ้าน แม้กระนั้นถ้าหากคนใดกันอยากได้ความงดงามแบบมินิมอล Sound bar ก็โก้เก๋ได้เช่นกัน

เคล็ดลับผูกดวงใจสาวที่ชายหนุ่มๆควรทำเมื่อชวนสาวที่ชอบมาดูหนัง

ดูหนัง netflix กิจกรรมง่ายๆอย่างเชิญสาวมา ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต อยู่ที่บ้านช่วงกักตัวในสถานการณ์โควิดที่โรงภาพยนต์ปิดยาวแบบงี้ ก็น่าดึงดูดไม่น้อยในเป็นการเลือกเดทเล็กๆแบบไม่มีอันตรายในเลี่ยงในพื้นที่ ที่คนแออัดคับแคบ การดูหนังดีๆสักเรื่องกับคนสักคนเพื่อความข้องเกี่ยวราบรื่นแจ่มใส ชายหนุ่มๆจึงควรฝึกฝนพกเทคนิคติดตัวไว้นิดหน่อย เผื่อใช้สร้างความตรึงใจให้สาวๆจะได้ผูกดวงใจเค้าให้อยู่หมัด เอาละ จะเชิญสาวมาดูหนังออนไลน์ที่บ้านทั้งทีก็จะต้องมีเทคนิคกันสักหน่อยเพื่อสาวจับใจ จะมีอะไรบ้างตามมาเลย

ดูหนังแนวไหนถามใจคุณมอง
ลองถามแนวหนังที่เธอชอบดูซิ ว่าคุณชอบแนวไหน หรือมีเรื่องอะไรในในตอนนั้นที่ต้องการดูมั้ย เพราะว่าหญิงบางคนอาจจะชอบดูหนัง แนวแอคชั่น แนวต่อสู้เผชิญภัย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดกับลักษณะท่าทางข้างนอกของคุณ หนังใหม่ออนไลน์ หรือบางบุคคลก็บางครั้งก็อาจจะยังไม่กล้าดูหนังรักโรแมนติก กับเพศชายที่กำลังคบหาดูใจกันอยู่ในตอนเดทแรกๆด้วยความหวาดกลัวเขินหรือใดๆก็ตามแม้กระนั้น หนุ่มๆอย่างพวกเราควรต้องวางวิธีการในข้อนี้ให้ดีๆ(ข้อนี้สำคัญ) ยิ่งถ้าเป็นเรื่องที่คุณกำลังต้องการดูพอดีก็เข้าทางพวกเราเลยชักชวนง่าย หรือถ้าหากคุณกล่าวว่าตามใจเราเลย ก็ลองเสนอเรื่องที่กำลังเดินทางมาแรงที่คนจำนวนไม่น้อยชอบพอ พร้อมแนบรีวิวให้เธอตกลงใจ ก็จะก่อให้คุณคิดว่าคุณก็เป็นผู้ที่ทำการบ้านมาดีเช่นเดียวกันนะ ใส่ใจในทุกรายละเอียด

แต่งตัวให้ดูดี และเชื่อมั่นในตัวเอง
ดูหนังอยู่บ้านพวกเราก็ต้องแต่งให้ดูดีเหมาะสม เป็นตัวของตัวเข้าไว้นะ ชายหนุ่มๆบางบุคคลบางทีอาจรู้สึกว่า จำต้องแต่งตัวให้หล่อดูดีเป็นพิเศษ ดูหนังออนไลน์ 2020 จนกระทั่งลืมไปว่ามันทำให้ขาดความเป็นตัวเองไป โดยยิ่งไปกว่านั้นการแต่งตัวที่ดูล้น ไหมใช่ท่าทางตัวเองจนกระทั่งไม่เป็นธรรมชาติ จากที่ตอนต้นตั้งใจจะให้ออกมาดูดี ก็บางครั้งอาจจะกลายเป็นดูแย่ในสายตาเธอได้ เน้นดึงเอาความมั่นใจในตัวเอง ตัวตนของพวกเราออกมาให้เธอเห็นดีเห็นงามกว่า เนื่องจากว่าอย่าลืมว่าที่เธอตัดสินใจออกมาดูหนังกับพวกเรา ส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมาจากการที่คุณก็ตั้งอกตั้งใจมาศึกษาตัวตนของพวกเราด้วยด้วยเหมือนกัน เธออยากจะรู้จักพวกเราให้เยอะขึ้น หรือมากกว่านั้นเธอก็อาจกำลังพอใจในความเป็นพวกเราอยู่ก็เป็นไปได้ โดยเหตุนี้ ชายหนุ่มๆจึงไม่สมควรลืมข้อนี้เด็ดขาด

วางตัวให้ดี ให้เกียรติคุณเสมอ
หากต้องการที่จะให้ความเกี่ยวพันเริ่มได้สวย ชายหนุ่มๆควรวางตัวให้ดี และเป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติเธอเสมอ การดูหนังอยู่บ้านสองต่อสองเป็นที่ลับตาคนอยู่แล้ว แต่ว่าหนุ่มๆก็ไม่สมควรถึงเนื้อถึงตัวเธอจนเกินงาม แต่ว่าอาจจะมีกุ๊กๆกิ๊กๆจับไม้ประสานมือบ้าง พอให้หัวใจกระปรี้กระเปร่ากันทั้งยัง 2 ฝ่าย ยืนยันว่าเธอจำเป็นจะต้องต้องการมาดูหนังกับคุณในครั้งต่อๆไปอีกแน่นอน

จบให้สวยสดงดงาม ด้วยการเชิญต่ออีกนิด
อย่าปล่อยให้โอกาสที่กำลังจะได้กระชับความข้องเกี่ยวให้มากเพิ่มขึ้นนั้นหลุดลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงแรกๆของการนัดหมายเดท หนุ่มๆหลายๆคนบางทีอาจกลุ้มอกกลุ้มใจว่าจะเชิญสาวคุยเรื่องอะไรดี บอกเลยว่าข้างหลังดูหนังจบนี่แหละ คุณจะมีบทสำหรับพูดที่ไม่มีเบื่อชวนคุณคุยได้อีกยาว ด้วยการพูดถึงเรื่องหนังที่พึ่งจะมองจบไป บางทีก็อาจจะชวนเธอนั่งคุยนั่งรับประทานข้าว หรือรับประทานของว่างกันต่อ ใช้เวลาเดี๋ยวนี้ให้คุ้ม มีหรอสาวๆจะไม่ถูกใจในตัวคุณ

นัดหมายเดท หากิจบาปทำคราวถัดไป
เดทถัดไปอย่าให้ชะงัก ด้วยการเอ่ยปากเชื้อเชิญเธอ ถึงการเจอกันครั้งต่อไปในทันทีทันใดก่อนที่จะแยกย้ายกัน ยิ่งถ้าหากว่าคุณสามารถใช้เวลาสำหรับในการเดทครั้งนี้ทำให้เธอเพลิดเพลินและเต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วนั้น จังหวะที่คุณจะตอบตกลงนั้น 99.99% เลยเชียวล่ะ คุณอาจจะชักชวนเธอมาดูหนังอีกเรื่อง ในวันต่อๆไปก็ได้ แต่ไม่ว่าจะไปทำอะไรถ้าคุณทำให้คุณต้องใจได้สัก 1 ครั้งแล้ว คราวใดๆคุณก็ยินดีที่จะตอบตกลงแน่นอน หากคุณชวนคุณอีก

ชี้แนะหนังดีมีประโยชน์สุดได้รับความนิยมแนวแพทย์ ครบรสทั้งวิชาความรู้ ความฟิน

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านว่างๆมาเพิ่มพูนความรู้โดยการ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ต ซีปรี่ย์ออนไลน์ ที่เกี่ยวโยงกับวงการแพทย์ กันเถอะพวกเรา สืบไปจากการระบาดของเชื้อไวรัสโควิด คนไม่ใช่น้อยจึงเริ่มเล็งเห็นจุดสำคัญของความสะอาด และก็การรักษาสุขภาพร่างกายกันมากขึ้น ซึ่งหนังหรือซีปรี่ย์เกี่ยวกับการแพทย์นั้น นอกเหนือจากการที่จะช่วยทำให้พวกเราเข้าใจการทำงานของหมอ การวิเคราะห์โรค การดูแลคนไข้ แล้วยังได้ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการดูแลตนเอง อาการของโรค ลักษณะของโรค ผ่านการแสดงที่กล่าวถึงมาจากเรื่องจริงผ่านนักแสดง แถมพวกเรายังจะได้รู้จักโรคต่างๆที่พวกเราอาจไม่รู้จักมาก่อนจากการดูหนังได้ด้วย หนังดีๆมีสาระแบบนี้ต้องหาดูแล้วจะมีเรื่องมีราวไหนบ้างตามมาเลยค่ะ

1. หนังออนไลน์ฟรี ER (Emergency Room) ทำความเข้าใจคำว่า เร่งด่วน
ต้นตำรับซีปรี่ย์ที่เกี่ยวกับแวดวงแพทย์ ซึ่งฉายมา 15 ภาค ตั้งแต่ปี 1994-2009 โดยมีดาราดังๆของฮอลลีวูดมาร่วมแสดงมากมายก่ายกอง ซึ่งเนื้อเรื่องได้สะท้อนการเป็นหมอในห้องฉุกเฉินที่แสนจะยุ่งวุ่นวาย ในทุกๆวันจะมีผู้ป่วยรีบด่วน มาเป็นบททดสอบให้กับหมอ และซีรีย์ประเด็นนี้ได้สะท้อนภาพสาธารณสุขของสหรัฐฯ ที่ทำให้เราเห็นระบบสาธารณสุขของประเทศที่พัฒนาแล้ว

2. Grow Up หรือ แพทย์ฝึกหัดแข่งขันสนาม
ศึกษาก่อนจะเป็นหมอ แล้วก็เติบโตไปร่วมกัน ซีรี่ย์ Grow Up ผู้ผลิตจากจีน ได้แตกต่างการทำซีปรี่ย์ไปค่อนข้างจะมาก หลายๆคนที่ดูหนังจีนมาก่อน อาจจะจำต้องแปลงมุมมองใหม่กับเรื่องนี้อย่างยิ่งจริงๆ เนื้อเรื่อง กล่าวถึงเด็กสาวคนหนึ่งที่ฝันต้องการจะเป็นแพทย์ที่ดี แต่ว่าเพียงพอเข้ามาฝึกหัดงานในโรงพยาบาลในเซี่ยงไฮ้แล้ว กลับทำให้พบว่าการเป็นแพทย์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่การดูแลและรักษาคนเท่านั้น สิ่งที่คุณจะต้องพบเจอนั้นเป็น กฎข้อปฏิบัติ กฎหมาย และการทำงานที่ไม่ล้ำเส้น รวมทั้งที่สำคัญเป็น การจำเป็นต้องมองเห็นคนที่ตัวเองรักษาตายต่อหน้า นั่นเป็นบททดลองแรกเท่านั้น โดยตัวพระเอกของเรื่องก็มีมิติที่น่าสนใจ ถึงแม้ตัวเองจะเป็นแพทย์ แต่ก็ไม่อาจรักษาช่วยชีวิตบุตรสาวผู้เดียวไว้ได้

3. Doctor X (หมอซ่าส์จำพวกเอ็กซ์)
ศัลยแพทย์ไดมอน มิจิโกะ เป็นแพทย์มือหนึ่งของประเทศญี่ปุ่น ที่รับงานเป็นฟรีแลนซ์ เป็นคนไม่สนใจสังคม แล้วก็วัฒนธรรมในโรงหมอ เป็นผู้ต้านทานเรื่องการแบ่งพรรคแบ่งพวก ที่สำคัญเป็นคนพอใจแต่การดูแลและรักษาโรคของคนเจ็บแค่นั้น แต่ละเคสที่หมอไดมอนรักษา จะเป็นเคสที่ค่อนข้างจะยาก แม้กระนั้นไดมอนก็ผ่านมาได้เสมอ ซีปรี่ย์เรื่องนี้ แม้ว่าจะดูเกินจริงไปนิด แต่เก็บหลักสำคัญหัวข้อการรักษาโรคได้ดิบได้ดี ที่สำคัญยังสะท้อนถึงวัฒนธรรมองค์กรได้น่าสนใจทีเดียว

4. Good Doctor (แพทย์ฟ้าประทาน)
เชื่อว่า ซีรี่ย์หัวข้อนี้เป็นอันดับที่หนึ่งในใจใครๆหลายๆคน เนื้อเรื่องพูดถึงการต่อสู้ของหมอคนหนึ่งที่เป็นโรคออทิสติก มีความผิดปกติทางความเจริญ แม้กระนั้นเขาเป็นคนฉลาด และก็มีความรู้และความเข้าใจมากพอที่จะเป็นหมอได้ แต่ว่าเขาก็สามารถศึกษารวมทั้งดำรงชีวิตได้อย่างคนธรรมดา ซึ่งถ้าเกิดคนไหนกันแน่มองเรื่องนี้แล้วจะเข้าดวงใจผู้ที่เป็นออทิสติกเยอะขึ้น รวมทั้งลักษณะการทำงานของแพทย์ ที่จำต้องฝ่าฟันขวากหนามต่างๆเพื่อที่จะเป็นแพทย์ที่แข็งแกร่งในอนาคต

5. Beautiful Mind (ผู้ชายหลายมิติ)
ถ้าหากหมอไม่อาจจะรู้เรื่องความรู้สึกของคนเจ็บ แล้วจะรักษาคนไข้ได้เช่นไร ซีปรี่ย์หัวข้อนี้ เล่าถึงการต่อสู้ของแพทย์คนหนึ่ง ที่จำต้องฝึกอ่านสีหน้าท่าทางและก็ท่าทีของคน ในระหว่างที่ตัวเองรักษาคนเจ็บ แพทย์เองก็จะต้องบำบัดรักษารวมทั้งรักษาโรคของตนที่เป็นอยู่ด้วย ยิ่งไปกว่านี้ซีปรี่ย์ประเด็นนี้ ยังเล่าถึงกระบวนการทำธุรกิจโรงพยาบาล ซึ่งมิได้จำกัดแค่การให้บริการทางด้านการแพทย์แค่นั้น แต่ยังรวมถึงคิดค้นงานศึกษาเรียนรู้การดูแลรักษาโรค เพื่อให้ได้มาซึ่งสิทธิบัตรต่างๆอีกด้วย

6. Doctors (ตรวจจิตใจคุณให้เจอรัก)
ซีรีย์ประเด็นนี้ เล่าถึงเด็กหญิงไม่เอาถ่านคนหนึ่ง ที่มีแรงผลักดันตนเองจนสามารถเป็นแพทย์ได้ ถึงแม้ว่าหัวข้อนี้จะมีความหวานตามสไตล์หนังรัก แต่ก็มีแง่มุมเรื่องระบบสาธารณสุขมาให้เราได้ขบคิดอีกด้วย

7. Dr. Romantic (ดร. โรแมนติก)
ซีรี่ย์ที่เล่าเรื่องราวแนวทางการทำงานของแพทย์ ที่ทำให้มองเห็นมุมมองต่างๆเกี่ยวกับอุดมการณ์ และก็หลักการทำงานของหมอ ที่เคยอยู่ในจุดสุดยอดของชีวิต สัมผัสไปถึงจุดต่ำสุดของชีวิต ดูหนังออนไลน์ และพูดถึงระบบทุนนิยมในระบบสาธารณสุขอีกด้วย เป็ฯผลงานซีรี่ย์น้ำดีจากฝั่งประเทศเกาหลี ชี้แนะเลยนะ ประเด็นนี้สนุกสนานมาก

8. it’s okay that’s love (ถ้าเกิดรักกัน…มันก็โอเค)
เชื่อว่า คนอีกจำนวนไม่น้อยที่ดูซีปรี่ย์เรื่องนี้ต่างตรวจสอบตนเองว่า พวกเราป่วยทางจิต หรือไม่ และก็ถ้าเกิดป่วย เราจะรักษาตัวเองยังไง ประเด็นการป่วยเป็นโรคที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับจิตนั้น ส่วนมากคนไทยมักไม่ค่อยรู้ และมองว่า การพบจิตแพทย์นั้นไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ว่าในความเป็นจริงแล้ว การพบจิตแพทย์ นั้นนับว่าเป็นเรื่องดี โดยยิ่งไปกว่านั้นคนที่มีความเคร่งเครียด อาการเซื่องซึม บางคราวการป่วยด้านจิตไม่ได้มาจากสภาพจิตใจ แม้กระนั้นมาจากลักษณะการทำงานของสมองที่ผิดพลาด ตกลงว่า การเจอจิตแพทย์ ไม่ใช่เรื่องที่น่ากลัว คนใดต้องการประเมินตัวเองก็ทดลองโทรไปที่ สายด่วนสุขภาพด้านจิต 1323 ดูกรเพื่อสอบถามอาการพื้นฐานได้ มองเห็นไหม ว่าการดูหนังนอกจากจะบันเทิงใจแล้วยังรู้เรื่องรู้ทางการแพทย์มาดูแลตนเองแล้วก็คนที่เรารักได้อีกด้วยนะ

กักตัวอยู่บ้าน คนโสดจะต้องไม่เหงา เพราะว่าพวกเรามีหนังเป็นเพื่อน

หนังออนไลน์ ชักชวนคนโสดมา ดูหนังผ่านเน็ต อยู่บ้านกัน ตอนกักตัวโควิดแบบงี้ คนไม่มีแฟนแบบเราจำเป็นต้องไม่เหงาหงอย (เฉือนน้ำตา) หากมีคู่ในขณะกักตัวอย่างงี้คงดีไม่น้อย! แต่สำหรับคนไม่มีคู่ทั้งหลายแหล่ไม่ต้องเศร้าใจไป เพราะเหตุว่าวันนี้ เรามีหนังรักสำหรับคนไม่มีแฟน ดูออนไลน์สบายๆอยู่บ้านมาฝากกัน ปีถัดไปฟ้าใหม่หวังดวงใจว่าต้องพบผู้ที่ใช่อย่างแน่แท้ แต่ปีนี้ให้หนังอยู่เป็นเพื่อนแก้หงอยเหงาไปก่อนนะ

Single Lady / เนื่องจากว่าเคยมีคู่รัก (2015)
ขนาดอั้ม พัชราภายังไม่มีคู่ นับประสาอะไรกับพวกเราประชากรตาดำๆ“Single Lady เพราะว่าเคยมีคู่รัก” บอกเล่าเรื่องราวของ “ไบรท์” สาวสวยสุดเพอร์เฟคที่บังเอิญไปดูหมอแล้วโดนทักว่าเพราะว่าบางสิ่งบางอย่างในอดีตที่ทำให้คุณจะต้องโสดอยู่แบบนี้ ไบรท์จึงจำเป็นต้องกลับไปตามหาคนรักเก่าทั้ง 5 คนเพื่อสะสางปมบางสิ่งบางอย่างให้ครบ

Bangkok Traffic Love Story / ดูหนังhd รถไฟฟ้า มาหานะเธอ (2009)
เป็นหนังที่ให้กำลังใจคนโสดว่าพวกเราต้องพบผู้ที่ใช่เข้าวันใดวันหนึ่งอย่างแน่แท้ สำหรับ “รถไฟฟ้า มาหานะเธอ” ที่เอ่ยถึง “เหมยลี่” สาวโสดวัย 30 ที่จะต้องทนกับเหตุเพื่อนในกรุ๊ปแต่งงานไปซ้ำๆซากๆ จนวันนึงเธอได้ทราบจักกับ “ลุง” วิศวกรซ่อมรถไฟฟ้าด้วยความบังเอิญ เหมยลี่มีความคิดว่านี่คือช่องทางท้ายที่สุดที่คุณจะได้ลงจากคานท่ามกลางความต่างของไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตแล้วก็เวลาทำงานที่คุณจำต้องพบเจอ

Her / ดูหนังออนไลน์ เธอ…สุดที่รัก (2013)
เป็นหนังรักที่พลอตแปลกแหวกแนวแถมกับโลกเดี๋ยวนี้แบบสุดๆเมื่อ “ธีโอดอร์” ตัวนำของเรื่องได้ตกหลุมรักเพศหญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง ซึ่ง Her คนนี้ไม่ใช่สตรีสุดงามแวววาวเสน่ห์ที่แห่งไหนแต่คุณคือระบบปฏิบัติการในคอมพิวเตอร์ที่เขาใช้อยู่ทุกวี่วันนั่นเอง เพียงแค่พลอตคู่รักกับระบบปฏิบัติก็ไม่เคยทราบจะทายใจตอนสุดท้ายยังไงแล้ว!!

The Lobsters / ไม่มีคู่ครองเหงาเป็นล็อบสเตอร์ (2015)
แค่ชื่อก็นึกถึงเมนูอาหารสุดวิจิตรตระการตาอย่างกุ้งล็อบสเตอร์แล้ว โดย The Lobsters บอกเล่าเรื่องราวของยุคอนาคตที่การไม่มีคู่กลายเป็นเรื่องต้องห้าม ซึ่งถ้าเกิดคนไหนที่ไม่มีแฟนนานเกิน 45 วัน เขาคนนั้นก็จำเป็นต้องกลายเป็นสัตว์ไปนิรันดร

(500) days of summer / ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมคุณ (2009)
เหมือนจะเป็นธรรมเนียมไปแล้วว่าคนเหงาจำต้องดู (500) days of summer โดยด้านในหนังประเด็นนี้จะบอกเล่าเรื่องราวความรักทั้งยัง 500 วันของนายทอมกับนางสาวซัมเมอร์ ตั้งแต่ก่อนเจอะกัน จีบกัน รักกัน ไปจนถึงทะเลาะกัน รับรองมองจบแล้วจำต้องคิดบางสิ่งได้อย่างแน่แท้

Sexphone / คลื่นเหงา สาวข้างบ้าน (2003)
สำหรับผู้คนที่เติบโตมาในตอนคลื่นวิทยุรุ่งโรจน์คงจะเคยชินกับการขอเพลงหรือสนทนาเปลี่ยนประสบการณ์ทางหน้าไมค์กับนักจัดรายการวิทยุอยู่ไม่น้อย โดย “Sexphone คลื่นหงอยเหงา สาวข้างบ้าน” พูดถึงเรื่องราวของ “ซน” รวมทั้ง “เจ” สองเพื่อนบ้านที่มีเรื่องมีราวราวไม่ตรงกันอยู่ตลอด จวบจนเหตุการณ์บังเอิญในคลื่นวิทยุที่ทำให้พวกเขาจำเป็นต้องมาคุยกันถูกคอแบบบังเอิญโดยที่ไม่รู้ว่าตัวจริงเป็นคนไหนกัน

Dear Dakanda / เพื่อนเกลอ (2005)
เชื่อว่า หลายท่านจำต้องเคยแอบรักเพื่อนซี้กันอย่างไม่ต้องสงสัย โดย “เพื่อนซี้” หนังรักจากค่าย GTH ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากคำโคลงเรื่อง “กล่องไปรษณีย์สีแดง” บอกเล่าเรื่องราวของสองเพื่อนซี้อย่าง “ไข่ห้อย” และก็ “ดากานดา” ที่ตกหลุมรักเพื่อนสนิทโดยไม่ทันรู้ตัว ช่วงกักบริเวณนี้ต้องหามาดูให้ได้นะ หัวข้อนี้บันเทิงใจมากมายเลยล่ะ

บรรเทาความอยากเที่ยวด้วยการดูหนัง 9 เรื่อง เที่ยว 9 เมืองในเว็บดูหนังออนไลน์

ไปเที่ยวกันเถอะ! ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บดูหนังออนไลน์ แล้วไปเที่ยวกัน นั่นแน่ หลายคนคงเริ่มงง เว็บดูหนังออนไลน์เกี่ยวอะไรกับการไปเที่ยว? ไม่ต้องงงไป เพราะเราจะชวนทุกคน ไปเที่ยวผ่านการหาดูหนังออนไลน์อยู่บ้านกันจ้า มาดูหนัง 9 เรื่อง ใน 9 เมือง ที่แค่ได้ดูก็อิ่มหัวใจแล้วนะ ช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลกักตัวอยู่บ้านกันแน่ ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด 19 หลายคนคงบ่นเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า เบื่อ!! อยากไปเที่ยวเหลือเกิน แต่ไปได้ไกลสุดแค่หน้าบ้านเอง โถ่วชีวิต ในเมื่อเป็นแบบนี้สิ่งที่เราพอทำบรรเทาความอยากเที่ยวได้ คือไปเที่ยวผ่านโลกออนไลน์นี่แหล่ะ ท่านผู้ชม ไปดูกันดีกว่าจะมีเรื่องไหนพาเราไปเมืองไหนกันบ้าง

1. Before We Go (2015) ก่อนที่เราจะจากกันไป..
พาไปเที่ยว New York City, USA
จะขาดนิวยอร์คไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นผู้หญิงวัย 20 กว่าๆ 30 ต้นๆ แล้วอยากอยากจะอินกับเมืองนี้แบบสุดๆ Gossip Girl และ Sex and the city เป็นสิ่งที่คลาสสิคและ Timeless มากที่สุดนะ แต่วันนี้เราขอเสนอ Before We Go หนังแนวพบรักกับคนแปลกหน้า นี่ก็เป็นเรื่องนึง ที่คุณจะได้อิ่มใจไปกับฉากนิวยอร์คตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็น Grand Central Terminal, บนรถไฟใต้ดิน หรือย่าน Lower East Side

2. Under the Tuscan Sun (2003) ทัซคานี่…อาบรักแดนสวรรค์
พาไปเที่ยว Montepulciano – Positano – Florence
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เกิดมาถึงอายุเท่านี้แล้วไม่เคยมีแฟนสักคนหรือโดนแฟนทิ้งและมีโมเม้นต์แบบ ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว อยากจะออกไปตามหารักแท้ ต้องดูเรื่องนี้ นี่คือหนังของโปรดของหลายๆคนเลยนะ เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงแต่ใส่สีตีไข่ในระดับกลมกล่อมจนต้องอยากไปเที่ยวตามหารักแท้ในทัซคานี่แบบนางเอกเลย ว่าแล้วจะฟินอินแค่ไหนก็ตามไปดูเลยจ่ะ

3. Before Sunset (2004) ตะวันไม่สิ้นแสง แรงรักไม่จาง
พาไปเที่ยว Paris, France
หนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งใน Before Series ที่ดีที่สุดเลยล่ะ จุดเด่นของหนังเรื่องเป็นหนังที่คนวัย Late 20s – Early 30 มีอารมณ์ร่วมได้มากสุด คนที่เคยตกหลุมรักบังเอิญมาเจอกันอีกรอบเลยเดินคุยกันไปเรื่อยๆในปารีส กับโลเคชั่นสุดคลาสสิคอย่างร้านหนังสือ Shakespeare and Company,ร้านกาแฟ Le Pure Café,สวน La Promenade Plantée หรือ ริมแม่น้ำ Seine มีแต่สถานที่สวยๆทั้งนั้น ไปเที่ยวผ่านหนังเรื่องนี้กันได้เลย

4. Vicky Cristina Barcelona (2008) วุ่นวายรักที่บาร์เซโลน่า
พาไปเที่ยว Barcelona, Spain
เรื่องราวของเพื่อนสาวสองคนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแล้วดันไปชอบผู้ชายคนเดียวกัน เรื่องนี้เป็น 1 ใน 2 ของเรื่องที่มีผู้กำกับคือ Woody Allen ที่หลายๆคนเป็นเป็น FC ลุงวูดดี้จะรู้ว่าภาพและเสียงสวย และคลาสสิคเว่อร์ ในเรื่องก็ไปเที่ยว Barcelona ตามชื่ออ่ะนะ มีโลเคชั่นแลนด์มาร์คอย่าง La Sagrada Familia, Casa Milà และ Park Güell ไปตามรอยกัน

5. 500 Days of Summer (2009) ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ
พาไปเที่ยว Los Angeles, USA
ทุกคนคะ เรายังอยู่อเมริกากับ 500 Days of Summer สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูต้องไปดู ส่วนคนที่ดูแล้วก็ไปดูอีกนะ มีหลายที่ใน LA ที่ไม่ค่อยมีหนังเรื่องอื่นถ่ายทำกันเท่าไหร่อย่าง Silver Lake หรือ Downtown LA ในเรื่องไม่ได้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเที่ยว จนดูแล้วจะต้องอยากแพคกระเป๋าไป LA ทันทีทันใด แต่ดูหนังเรื่องนี้คุณจะได้เสพมุมต่างๆของเมืองผ่านเนื้อเรื่องแทนนะ อ้ะไปดู

6. Midnight in Paris (2011) คืนบ่มรักที่ปารีส
พาไปเที่ยว Paris, France
กลับมาที่ปารีสและหนังของ Woody Allen เป็นการ Combination ของ 2 สิ่งนี้มันทำให้ทุกอย่างคลาสสิคมาก เอาเป็นว่าแค่ฉากเปิดมาก็อยากไปปารีสจะแย่แล้ว มีจุดที่ไปตามรอยได้หลายแห่ง เช่น Musée Rodin ,Musée de l’Orangerie – Jardin des Tuileries ,Café du Trocadéro ,Flea Market, Saint-Ouen, Seine-Saint-Denis

7. The Secret Life of Walter Mitty (2012) ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
พาไปเที่ยว Iceland – Greenland
ใช่ค่ะ จะเป็นการแนะนำลิสท์หนังที่ทำให้อยากเที่ยวไม่ได้ถ้าไม่มี Walter Mitty หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่ที่แปลกว่าคือถ้าลองหยิบมาดูอีกครั้ง จะมีมุมมองต่อหนังที่ต่างออกไป และจะได้เห็น โลเคชั่นเด็ดๆในเรื่องนี้ แน่นอน

8. About Time (2013) ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก
พาไปเที่ยว London – Cornwall, England
เรื่องนี้ถ่ายกันที่ 2 เมืองหลักๆในอังกฤษคือ Cornwall และ London
เราอยากแนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง คือดูแล้วจะได้ความอิ่มอกอิ่มใจกับเนื้อหาและสถานที่ถ่ายทำสวยๆ เอาเป็นว่าเป็นหนังที่ดีงามจนต้องตามไปดู

9. Wild (2014) ไวลด์ เดินก้าวไปตราบหัวใจไม่ล้ม
พาไปเที่ยว Pacific Crest Trail, USA
เป็นหนังที่เนื้อหาดีอีกเรื่องสำหรับ Wild แต่สิ่งที่อิ่มเอมใจมาก คือวิวตลอดทางที่ตัวเอกของเรื่องเดิน เป็นโลเคชั่นเด็ดที่สุดที่ว่าเห็นแล้วต้องอยากไป ขึ้นเขา ลงห้วย เดินป่า ลุยหิมะ ที่ pacific crest trail ตามหนังเรื่องนี้เลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เคล็ดวิธีผูกหัวใจสาวที่ชายหนุ่มๆควรจะทำเมื่อเชิญสาวที่ถูกใจมาดูหนัง

กิจกรรมกล้วยๆอย่างชักชวนสาวมา ดูหนังออนไลน์ อยู่ที่บ้านตอนกักบริเวณในเหตุการณ์วัววิดที่โรงภาพยนต์ปิดยาวอย่างงี้ ก็น่าดึงดูดไม่น้อยในเป็นการเลือกเดทเล็กๆแบบไม่เป็นอันตรายในหลบหลีกในพื้นที่ ที่คนยัดเยียด การดูหนังดีๆสักเรื่องกับคนสักคนเพื่อความเกี่ยวเนื่องราบรื่นแจ่มใส ชายหนุ่มๆควรต้องฝึกพกเคล็ดลับประจำตัวไว้สักหน่อย เผื่อใช้สร้างความตรึงใจให้ผู้หญิงจะได้ผูกหัวใจเค้าให้อยู่มือ เอาละ จะชักชวนสาวมาดูหนังออนไลน์ที่บ้านทั้งทีก็จะต้องมีวิธีกันสักหน่อยเพื่อสาวชอบใจ จะมีอะไรบ้างตามมาเลย

ดูหนังแนวไหนถามดวงใจคุณมอง
ทดลองถามแนวหนังที่คุณถูกใจดูกร ว่าคุณถูกใจแนวไหน หรือมีเรื่องมีราวอะไรบ้างในขณะนั้นที่ต้องการมองมั้ย ด้วยเหตุว่าเพศหญิงบางบุคคลบางครั้งอาจจะถูกใจดูหนัง แนวแอคชั่น แนวต่อสู้เสี่ยงอันตราย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดกับบุคลิกลักษณะด้านนอกของคุณ หรือบางบุคคลก็บางครั้งอาจจะยังไม่กล้าดูหนังรักโรแมนติก กับเพศชายที่กำลังคบดูใจกันอยู่ในตอนเดทแรกๆด้วยความหวาดกลัวเขินหรือใดๆก็ตามแม้กระนั้น ชายหนุ่มๆอย่างพวกเราจำเป็นต้องวางวิธีการในข้อนี้ให้ดีๆ(ข้อนี้สำคัญ) ยิ่งถ้าเกิดเกิดเรื่องที่คุณกำลังต้องการมองพอดิบพอดีก็เข้าทางพวกเราเลยเชิญง่าย หรือถ้าเกิดคุณพูดว่าตามใจเราเลย ก็ทดลองเสนอเรื่องที่กำลังเดินทางมาแรงที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ พร้อมแนบรีวิวให้คุณตกลงใจ ก็จะก่อให้คุณคิดว่าคุณก็เป็นผู้ที่ทำการบ้านมาดีเช่นเดียวกันนะ ตั้งใจในทุกรายละเอียด

แต่งตัวให้ดูดี รวมทั้งมั่นใจในตัวเอง
ดูหนังอยู่บ้านพวกเราก็จำเป็นต้องแต่งให้ดูดีเหมาะเจาะ เป็นตัวของตัวเข้าไว้นะ ชายหนุ่มๆบางบุคคลบางทีอาจรู้สึกว่า จำเป็นต้องแต่งตัวให้หล่อดูดีเป็นพิเศษ จนถึงลืมไปว่ามันทำให้ขาดความเป็นตัวเองไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตัวที่มองล้น ไหมใช่บุคลิกลักษณะตนเองจนกระทั่งไม่ยุติธรรมชาติ จากที่ทีแรกๆตั้งอกตั้งใจจะให้ออกมาดูดี ก็บางทีก็อาจจะแปลงเป็นดูไม่ดีในสายตาคุณได้ ย้ำดึงเอาความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเอง ตัวตนของพวกเราออกมาให้คุณเห็นดีเห็นชอบกว่า เนื่องจากอย่าลืมว่าที่คุณตกลงใจออกมาดูหนังกับพวกเรา ส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมาจากการที่คุณก็ตั้งมั่นมาศึกษาตัวตนของพวกเราด้วยเหมือนกัน คุณต้องการจะรู้จักพวกเราให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือมากยิ่งกว่านั้นคุณก็บางทีอาจกำลังชอบพอในความเป็นพวกเราอยู่ก็เป็นไปได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ชายหนุ่มๆก็เลยไม่สมควรลืมข้อนี้เด็ดขาด

วางตัวให้ดี ให้เกียรติคุณเสมอ
หากต้องการให้ความเกี่ยวข้องเริ่มได้งาม ชายหนุ่มๆควรจะวางตัวให้ดี และก็เป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติคุณเสมอ การดูหนังอยู่บ้านสองต่อสองเป็นที่ลับตาคนอยู่แล้ว แต่ว่าชายหนุ่มๆก็ไม่สมควรถึงเนื้อถึงตัวคุณกระทั่งเกินงาม แม้กระนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกระจู๋กระจี๋จับไม้ประสานมือบ้าง พอให้หัวใจชุ่มชื่นกันอีกทั้ง 2 ข้าง รับประกันว่าคุณจึงควรต้องการมาดูหนังกับคุณในครั้งต่อๆไปอีกแน่ๆ

จบให้มีความสวยงาม ด้วยการชักชวนต่ออีกนิด
อย่าทำให้จังหวะที่กำลังจะได้กระชับความเชื่อมโยงให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้นหลุดลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นแรกๆของการนัดหมายเดท ชายหนุ่มๆคนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจไม่สบายใจว่าจะเชื้อเชิญสาวคุยเรื่องอะไรดี บอกเลยว่าข้างหลังดูหนังจบนี่แหละ คุณจะมีบทพูดที่ไม่มีเบื่อเชิญชวนคุณคุยได้อีกยาว ด้วยการพูดคุยกันถึงเรื่องหนังที่เพิ่งจะมองจบไป บางทีอาจจะเชื้อเชิญคุณนั่งคุยนั่งทานข้าว หรือรับประทานขนมหวานกันต่อ ใช้เวลาระยะนี้ให้คุ้ม มีหรอผู้หญิงจะไม่ต้องใจในตัวคุณ

นัดหมายเดท หากิจบาปทำคราวถัดมา
เดทถัดไปอย่าให้หยุดชะงัก ด้วยการพูดชักชวนคุณ ถึงการพบกันคราวต่อไปในทันทีทันใดก่อนที่จะแยกย้ายกัน ยิ่งถ้าเกิดคุณสามารถใช้เวลาสำหรับเพื่อการเดทคราวนี้ทำให้คุณเพลิดเพลินเจริญใจแล้วก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วนั้น จังหวะที่คุณจะตอบตกลงนั้น 99.99% เลยเชียวล่ะ คุณอาจจะเชื้อเชิญคุณมาดูหนังอีกหัวข้อ ในวันต่อๆไปก็ได้ แต่ว่าไม่ว่าจะไปทำอะไรถ้าเกิดคุณทำให้คุณซาบซึ้งใจได้สัก 1 ครั้งแล้ว คราวใดๆคุณก็ยินดีที่จะตอบตกลงแน่ๆ หากคุณเชิญชวนคุณอีก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะเหตุไร? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกหัดจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ เพราะเหตุใด ทราบมั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พอเพียงอ่านไปครู่หนึ่งพวกเราก็อาจรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเลิศในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษพวกเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกสนานอยู่แล้ว รวมทั้งมันจะดีเยี่ยมถ้าหากพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย และก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่เพราะอะไรการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกฝนจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ด้วยเหตุว่าการดูหนังมันบันเทิงใจกว่า
การเล่าเรียนไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดียิ่งกว่าศึกษาแบบน่ารำคาญเสมอ ยิ่งหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบคิดออกทุกอารมณ์แล้วก็คำกล่าว ก็ยิ่งศึกษาได้เร็ว รวมทั้งทำให้พวกเราจำต้นแบบประโยคได้ว่า อารมณ์อย่างงี้ พวกเราเอาคำกล่าวโก้ๆแบบงี้มาบอกได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานและก็ตนเองถูกใจ จะช่วยทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำบอกเล่านำไปใช้ได้ต่อแบบหรูๆรวมทั้งนึกออกแน่ๆ
หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม และก็ให้ข้อคิดเตือนใจกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจากคำคมพวกนั้นได้ หรือนำคำคมพวกนั้น มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ ดังเช่นว่า ถ้าเกิดคนไหนกันเคยมองเรื่อง Spider Man แล้วก็ถูกใจประเด็นนี้ คงจะไม่มีผู้ใดไม่รู้ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้บอกในขณะที่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้ข้อคิดเตือนใจแล้วก็คำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจึงควรมีแนวทาง”

3. ภาษาในหนังเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก บางครั้งบางคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนปัจจุบันเขาพูดน้อยกันแล้ว ชอบเป็นภาษาแบบทางการซะมากยิ่งกว่า แต่ว่าในหนังเป็นภาษาพูดทั่วๆไปที่พวกเรานำไปใช้เอาอย่างกล่าวต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน คุณครูให้การบ้าน แปลศัพท์จากหนังสือ พวกเราก็จะได้แต่ว่าเพียงแค่คำแปล แต่ว่าพวกเราจะคิดไม่ค่อยออกว่า พวกเราจะใช้ประโยชน์ที่แหน่งใด ใช้อย่างไร แม้กระนั้นหากในหนัง พวกเราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบว่าใช้คำนั้นอย่างไร แล้วก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งถ้าหากดูหนังแนวเดิมๆเป็นประจำอย่างเช่นหนังแนวสอบสวน ก็จะทราบศัพท์ แล้วก็บริบทของคำนั้นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นต้นว่า ถ้าเกิดพวกเราเพิ่งจะทราบคำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า สายลับ ร้อยอีกทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆเพียงพอเปิดดิกเสร็จ รู้เรื่องรู้ราวหมายละ แต่ว่าไม่เคยได้ใช้เลย สักครู่ก็ลืมศัพท์คำนี้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสอบสวนสืบสวนก็เพียงพอจะทราบดีแล้ว Detective หมายความว่าอะไร พวกเราสามารถใช้ได้หลายแบบอย่าง ทั้งยังใช้นำหน้าชื่อได้ ดังเช่น Detective Loki จากหนังที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับประเด็นการลักพาตัวเด็กอย่างหนังอ่อนว Prisoners หรือบางครั้งอาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น He’s a detective
แล้วก็สิ่งที่จำเป็นเลย เป็นรู้ดีว่า เว้นเสียแต่ทราบว่า Detective มีความหมายว่าอะไรแล้ว ยังทราบดีว่าทำอะไรบ้างอีก เป็นต้นว่ายอดเยี่ยมหนังเรื่อง Seven ที่ กางรดพิทแล้วก็มอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นสายสืบ กล่าวได้ว่า ยิงปืนนัดหมายเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) แบบงี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากมายว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนกล่าวว่า อารมณ์ของเนื้อความที่พวกเราได้ยินนั้น 30% มาจากศัพท์หรือใจความที่พวกเราใช้ แต่ว่าอีก 70% ที่เหลือเป็น มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดได้แก่ กล่าวอย่างไร ยิ้มไหม น้ำเสียงคืออะไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะบอกได้ด้วยตำราเรียน อย่างไรก็แล้วแต่ มิได้แปลว่าการการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทั้งหมดทุกอย่างล้วนมีจุดเด่นของมันหมด แม้กระนั้นการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนัง soundtrack นั้น ช่วยในประเด็นการฟังได้มากมาย พอเพียงฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา เนื่องจากพวกเราเอาอย่างจากการฟัง เสมือนเด็กนั่นแหละขอรับที่ฟังก่อน ค่อยกล่าวเป็น นี่เป็นฐานรากสำคัญ แม้กระนั้นสิ่งที่จำเป็นเยอะที่สุดเลยเป็น ความมุ่งมั่นรวมทั้งความสม่ำเสมอ แรกๆบางครั้งก็อาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วเกือบจะไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันเลยดีกว่าเนอะ ถ้าเกิดผู้ใดกันยังไม่รู้จักว่า เพราะเหตุใดพวกเราควรจะดูหนัง เสียง soundtrack มากมายเสียงบรรยายไทย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะอะไร? ผู้ผลิตหนังไทย ถึงชอบสร้างหนังแนวตลกคอมเมดี้

คุณเคยสังเกตุมั้ยว่า ดูหนังออนไลน์ ใน เว็บดูหนังออนไลน์ มีหนังไทยแนวไหนเยอะมากที่สุด ถ้าเดาไม่ออกลองเปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ ได้เลย แล้วคุณจะได้คำตอบ และหนังไทยนั้นถือว่าอยู่คู่กับสังคมของเรามาเป็นระยะเวลายาวนาน ตลอดเวลาก็ได้สร้างสาระความบันเทิงให้กับผู้ชมอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความที่หนังเป็นสื่อที่หาชมได้ง่าย มีโรงหนังที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ หรือใครที่ไม่ชอบออกจากบ้านก็สามารถชมผ่านทาง เว็บดูหนังออนไลน์ ได้

โดยหนังไทยนั้นก็ถูกผลิตออกมาหลายแนวหลายประเภทด้วยกันตั้งแต่ แนวแอคชั่น, แนวสู้ชีวิต, แนวผีสยองขวัญ, แนวสารคดี ซึ่งประเภทของหนังไทยที่นิยมสร้างกันมากที่สุดประเภทนึงก็คือ แนวตลกคอมเมดี้ เบาสมอง ซึ่งไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยเราก็ได้ผ่านตากันมาหลายเรื่องจากหลายผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมีประสบความสำเร็จมากมายหรือที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่ให้เห็นแต่ว่าหนังแนวตลกของไทยก็ยังมีให้เห็นไม่ห่างหายไปไหน นั่นเป็นเพราะอะไรครั้งนี้เราจะมาลองวิเคราะห์ถึงเหตุผลกัน
1. ต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่าแนวอื่น
ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าทุนสร้างของบริษัทภาพยนตร์ของไทยนั้นไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนกับบริษัทของต่างประเทศ ที่สามารถสร้างภาพยนตร์แอคชั่น ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ หรือ ภาพยนตร์แนวผจญภัยต่าง ๆ ที่สามารถทุ่มเงินไปกับ ฉาก สเปเชี่ยลเอฟเฟค หรือ วิชวลกราฟิค ได้ ดังนั้นในบรรดาประเภทของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมนั้นภาพยนตร์ตลกดูเหมือนจุดเด่นจะไม่ได้อยู่ที่การต้องทุ่มเงินไปการโปรดัคชั่นที่อลังการมากแต่อยู่ที่การเขียนบทที่ตรงใจและเข้าถึงอารมณ์ขันของคนดูมากกว่า
แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม ของผู้ผลิต โดยถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นสามารถทำหน้าที่ในด้านให้ความสนุกสนานและความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างเต็มที่นอกจากการโปรโมตออกสื่อแล้วก็จะเกิดการบอกปากต่อปากกันทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้ายิ่งไม่เน้นด้านโปรดัคชั่นเท่าไหร่แล้วเรื่องราวหรือบทของภาพยนตร์ไม่โดนใจผู้ชมวงกว้างด้วยแล้วก็เตรียมพับเสื่อกันไปได้เลย
2. พื้นฐานนิสัยคนไทย
อย่างที่รู้กันว่าคนไทยมีนิสัยที่ชอบความสนุกสนานเฮฮา ไม่ชินกับความเครียดหรือความกดดันเท่าไหร่ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะมีมากน้อยกันไปในแต่ละบุคคล แต่ตั้งแต่อดีตการที่ประเทศไทยได้ฉายาจากชาวต่างชาติว่า Land of Smile ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ดังนั้นมโหรสพต่าง ๆ ที่คนไทยชอบดูมาตั้งแต่สมัยโบราณจึงสอดแทรกอารมณ์ขันไปอยู่เสมอ ทั้งลิเก หรือ ลำตัด ที่มักมีตัวแสดงหรือบทที่ทำให้คนดูหัวเราะได้กันเป็นปกติ
ดังนั้น เมื่อประเทศไทยสามารถสร้างภาพยนตร์เองได้ก็มักจะเขียนบทหรือทำเรื่องราวที่สนุกสนานขบขันเพื่อมาเอาใจคนดูหรือแม้กระทั้งภาพยนตร์แอคชั่นหรือผีก็ยังต้องมีตัวละครหนึ่งทำหน้าที่แสดงบทตลกเพื่อคลายความตึงเครียดของภาพยนตร์นั่นเอง ดังนั้นไม่แปลกที่ผู้ผลิตจะทำหนังแนวตลกออกมาเพื่อรองรับนิสัยคนไทย
3. หานักแสดงได้ไม่ยาก
การที่จะแคสนักแสดงแต่ละคนมาเพื่อรับบทในหนังเรื่องนั้น ๆ การสร้างความรู้สึกดึงดูดให้ผู้ชมก่อนดูนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในประเทศไทยถ้าผู้ชมไม่เชื่อว่านักแสดงคนนั้นสามารถสร้างความสนุกสนานตลกขบขันให้กับเขาได้โอกาสที่จะเข้าไปดูนั้นก็มีน้อยลง แต่ว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีนักแสดงตลกที่คุ้นหน้าเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีสำหรับผู้สร้างที่จะนำมาเป็นตัวแสดงหลักหรือนักแสดงสมทบให้กับผลงาน
แต่นั่นก็มีทั้งผลดีหรือผลร้ายอีกเช่นกัน เพราะว่าในยุคแรกที่นำนักแสดงตลกโดยเฉพาะพี่ ๆ ตลกคาเฟ่เข้ามาเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ก็อาจจะสร้างความฮือฮาและความแปลกใหม่ได้มาก แต่หลังจากที่ทำในรูปแบบเดิมมาเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผู้ชมเกิดความเบื่อและไม่สนับสนุนภาพยนตร์แนวนี้ในยุคหลัง ๆ นั่นเอง
4. ผสมผสานได้กับหลายแนว
หนังแนวตลกนั้นสามารถนำไปดัดแปลงได้กับเนื้อเรื่องในหลายสถานการณ์ ทั้งเรื่องราวของแอคชั่น ผี ไปจนถึงประวัติศาสตร์ ดังนั้นผู้สร้างจึงมีทางเลือกในการกระจายกลุ่มเป้าหมายที่ชอบแนวต่างกันไปได้ง่ายกว่า ทำให้ลดอัตราเสี่ยงขาดทุนไปได้นั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำวิธีพูดชวนผู้ชาวต่างชาติที่เราชอบไปดูหนัง!!

สาวๆคนไหนกักตัวอยู่บ้านแล้วเบื่อ มี ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดีๆอยู่อย่างเช่น เว็บดูหนัง Moviedoofree.com แล้วอยากชวนผู้ชายสายฝอที่เราแอบชอบมาดูหนังเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี? เราจะไม่นกอีกต่อไป..วันนี้เรามีประโยคง่ายๆ ที่พูดแล้วดูเป็นธรรมชาติ แบบเนียนๆ ไม่โป๊ะ ที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อต้องการหลอกชวนแบบใสๆ ให้ผู้ฝรั่งมาดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนที่บ้านเรา (คุณผู้ชายก็เอาเอาไปใช้พูดชวนสาวฝรั่งได้เช่นกันนะ ) มาดู 5 ประโยคนี้กัน อย่ารอช้า! ช้าหมดระวังอดคนอื่นแย่งตัดหน้าไปก่อนนะ

1. Let’s go to the movies at my home. (เราไปดูหนังที่บ้านของฉันกันเถอะ)
คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น
Let’s eat. (เรากินข้าวกันเถอะ) Let’s get married. (เราแต่งงานกันเถอะ)
Let’s hide Boom’s underwear so he can’t find them!
(เราซ่อนกางเกงในของบูมเอาไว้ในที่ที่เขาหาไม่เจอนะ)
ดังนั้น Let’s go to the movies. หมายถึง เราไปดูหนังกันเถอะ คำตอบคงเป็น Okay. ในความหมายว่า ตกลง หรือ โอเค หรือไม่ก็ Sorry, I can’t. (ขอโทษ ไปไม่ได้)
โครงสร้างประโยคแบบนี้ไม่ยาก และออกในหลายรูปแบบที่คล้ายกันเช่น Let’s see a movie. Let’s go see a movie. หรือ Let’s see a film tonight.

2. Why don’t we see a movie at my home? (เรามาดูหนังที่บ้านของฉัน..กันดีไหม)
คำว่า Why แปลว่า ทำไม และ Why don’t เป็นคำถามที่ออกในแนว “ทำไมคุณไม่ทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Why don’t you like me? (ทำไมคุณถึงไม่ชอบหนู)
Why don’t you ever come to school on time? (ทำไมคุณไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลา)
ด้วยความหมายนี้ เราใช้ Why don’t you …? ในการชักชวนด้วย สูตรคือ Why don’t you และต่อด้วยสิ่งที่คุณอยากเสนอให้ทำ คงไม่ต้องบอกว่า ใช้ we แทน you ได้ เช่น
Why don’t we go to the movies tonight?
ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ทำไมคืนนี้เราไม่ไปดูหนังกัน ฟังแล้วแปลก เพราะความหมายแท้คือ เราไปดูหนังกันเถอะ (ไม่ดีหรือ … ไม่ดีตรงไหน … ทำนองนี้)
สรุปว่า Why don’t we …? เป็นการชักชวนอีกคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน ไปทำอะไรร่วมกัน เช่น
Why don’t we have dinner tonight? (คืนนี้เราทานข้าวด้วยกันดีไหม)
Why don’t we stop arguing? (เอาเป็นว่า เราเลิกทะเลาะกันดีไหม)
ส่วนเรื่องการชวนไปดูหนัง ก็ใช้
Why don’t we see a movie? Why don’t you and I go see a movie tonight?
Why don’t we have something to eat then see a movie? (เราไปทานข้าวและก็ดูหนังดีไหม)

3. What about going to the movies? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
คำถามที่เริ่มต้นด้วย What about …? เป็นการเสนอให้ทำอะไร หรือการชักชวนนั่นเอง มักจะเป็นภาษาพูด เช่น
What about lunch? (กินข้าวมื้อเที่ยงไหม) What about a drink? (ถึงเวลาดื่มอะไรสักอย่างดีไหม)
เราพูด What about a movie? ได้เพื่อเสนอว่า เราอยากไปดูหนัง เช่น
A: I’m bored. What can we do? (ฉันเบื่อ เราจะทำอะไรดี)
B: What about a movie? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
อีกรูปแบบหนึ่งคือ What about going to the movies? (What about + กริยา+ing) หรือ
What about seeing a movie? หรือ เอานำหน้าประโยคบอกเล่า จะทำให้มันเป็นคำถามที่ชวนไปทำอะไรบางอย่าง เช่น What about we go see a movie?
อย่างไรก็ดี What about มักเป็นการชักชวน จำไว้นะ

4. How about going to the movies? (เอาเป็นว่า เราไปดูหนังดีไหม)
เหมือนกับ What about …? เป๊ะเลย
คนไทยชอบใช้ How about ในการถามว่า อะไรบางอย่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฝรั่งมักไม่ใช้อย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว How about …? ใช้ในการเสนอ หรือ ชักชวนไปทำอะไร เช่น
How about being my girlfriend? (น้องจะเป็นแฟนผมดีไหม)
How about we meet at six? (เอาเป็นว่า เราเจอกัน 6 โมงเย็นดีไหม)
Would you like to see a movie? (คุณอยากไปดูหนังไหม)

5. Do you want to see a movie? (คุณอยากดูหนังไหม)
Do you want …? หมายถึง คุณต้องการไหม เหมือน Would you like …? ซึ่งหมายถึง คุณต้องการเหมือนกัน
Would you like …? ฟังแล้วสุภาพกว่า Do you want …? ไม่ได้หมายถึง Do you want …? ไม่ดี แล้วแต่สถานการณ์ อาจสรุปอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าอยากสร้างความประทับใจ (หมายถึง จีบคนนั้น) ใช้ Would you like …? แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิท Do you want …? ก็พอ
Do you want …? มักจะย่อเป็น Do you wanna …? หรือ Wanna …? เช่น
Do you wanna see a movie at my home?
Wanna see a movie? หรือ Wanna go to the movies tonight? (คืนนี้ไปดูหนังกันไหม)
Wanna catch a movie? (อยากดูหนังไหม … ในเชิงแสลงคำว่า catch หมายถึง ดู)

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยากชวนเพื่อนฝรั่งมาดูหนังออนไลน์ที่บ้าน เพราะคุณชอบเค้าคนนั้น บางทีอยากจะจีบ แต่ไม่ทราบว่า ควรพูดแบบไหนที่จะฟังแล้วเหมาะ ไพเราะ ไม่อันตราย และก็ได้ผล ลองเอาประโยคที่เราสอนใปใช้กันนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังดังปรารถนา ไม่นกกันถ้วนหน้านะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com