บรรเทาความอยากเที่ยวด้วยการดูหนัง 9 เรื่อง เที่ยว 9 เมืองในเว็บดูหนังออนไลน์

ไปเที่ยวกันเถอะ! ดูหนังออนไลน์ เปิดเว็บดูหนังออนไลน์ แล้วไปเที่ยวกัน นั่นแน่ หลายคนคงเริ่มงง เว็บดูหนังออนไลน์เกี่ยวอะไรกับการไปเที่ยว? ไม่ต้องงงไป เพราะเราจะชวนทุกคน ไปเที่ยวผ่านการหาดูหนังออนไลน์อยู่บ้านกันจ้า มาดูหนัง 9 เรื่อง ใน 9 เมือง ที่แค่ได้ดูก็อิ่มหัวใจแล้วนะ ช่วงนี้เป็นเทศกาลสงกรานต์ หรือเทศกาลกักตัวอยู่บ้านกันแน่ ไปไหนก็ไม่ได้ เพราะการแพร่ระบาดของไวรัสร้ายโควิด 19 หลายคนคงบ่นเป็นเสียงเดียวกันแล้วว่า เบื่อ!! อยากไปเที่ยวเหลือเกิน แต่ไปได้ไกลสุดแค่หน้าบ้านเอง โถ่วชีวิต ในเมื่อเป็นแบบนี้สิ่งที่เราพอทำบรรเทาความอยากเที่ยวได้ คือไปเที่ยวผ่านโลกออนไลน์นี่แหล่ะ ท่านผู้ชม ไปดูกันดีกว่าจะมีเรื่องไหนพาเราไปเมืองไหนกันบ้าง

1. Before We Go (2015) ก่อนที่เราจะจากกันไป..
พาไปเที่ยว New York City, USA
จะขาดนิวยอร์คไม่ได้เลย และถ้าคุณเป็นผู้หญิงวัย 20 กว่าๆ 30 ต้นๆ แล้วอยากอยากจะอินกับเมืองนี้แบบสุดๆ Gossip Girl และ Sex and the city เป็นสิ่งที่คลาสสิคและ Timeless มากที่สุดนะ แต่วันนี้เราขอเสนอ Before We Go หนังแนวพบรักกับคนแปลกหน้า นี่ก็เป็นเรื่องนึง ที่คุณจะได้อิ่มใจไปกับฉากนิวยอร์คตอนกลางคืน ไม่ว่าจะเป็น Grand Central Terminal, บนรถไฟใต้ดิน หรือย่าน Lower East Side

2. Under the Tuscan Sun (2003) ทัซคานี่…อาบรักแดนสวรรค์
พาไปเที่ยว Montepulciano – Positano – Florence
ถ้าคุณเป็นคนนึงที่เกิดมาถึงอายุเท่านี้แล้วไม่เคยมีแฟนสักคนหรือโดนแฟนทิ้งและมีโมเม้นต์แบบ ไม่อยากอยู่ตรงนี้แล้ว อยากจะออกไปตามหารักแท้ ต้องดูเรื่องนี้ นี่คือหนังของโปรดของหลายๆคนเลยนะ เรื่องนี้สร้างจากเค้าโครงเรื่องจริงแต่ใส่สีตีไข่ในระดับกลมกล่อมจนต้องอยากไปเที่ยวตามหารักแท้ในทัซคานี่แบบนางเอกเลย ว่าแล้วจะฟินอินแค่ไหนก็ตามไปดูเลยจ่ะ

3. Before Sunset (2004) ตะวันไม่สิ้นแสง แรงรักไม่จาง
พาไปเที่ยว Paris, France
หนังเรื่องนี้ เป็นหนึ่งใน Before Series ที่ดีที่สุดเลยล่ะ จุดเด่นของหนังเรื่องเป็นหนังที่คนวัย Late 20s – Early 30 มีอารมณ์ร่วมได้มากสุด คนที่เคยตกหลุมรักบังเอิญมาเจอกันอีกรอบเลยเดินคุยกันไปเรื่อยๆในปารีส กับโลเคชั่นสุดคลาสสิคอย่างร้านหนังสือ Shakespeare and Company,ร้านกาแฟ Le Pure Café,สวน La Promenade Plantée หรือ ริมแม่น้ำ Seine มีแต่สถานที่สวยๆทั้งนั้น ไปเที่ยวผ่านหนังเรื่องนี้กันได้เลย

4. Vicky Cristina Barcelona (2008) วุ่นวายรักที่บาร์เซโลน่า
พาไปเที่ยว Barcelona, Spain
เรื่องราวของเพื่อนสาวสองคนไปเที่ยวต่างประเทศด้วยกันแล้วดันไปชอบผู้ชายคนเดียวกัน เรื่องนี้เป็น 1 ใน 2 ของเรื่องที่มีผู้กำกับคือ Woody Allen ที่หลายๆคนเป็นเป็น FC ลุงวูดดี้จะรู้ว่าภาพและเสียงสวย และคลาสสิคเว่อร์ ในเรื่องก็ไปเที่ยว Barcelona ตามชื่ออ่ะนะ มีโลเคชั่นแลนด์มาร์คอย่าง La Sagrada Familia, Casa Milà และ Park Güell ไปตามรอยกัน

5. 500 Days of Summer (2009) ซัมเมอร์ของฉัน 500 วัน ไม่ลืมเธอ
พาไปเที่ยว Los Angeles, USA
ทุกคนคะ เรายังอยู่อเมริกากับ 500 Days of Summer สำหรับคนที่ยังไม่เคยดูต้องไปดู ส่วนคนที่ดูแล้วก็ไปดูอีกนะ มีหลายที่ใน LA ที่ไม่ค่อยมีหนังเรื่องอื่นถ่ายทำกันเท่าไหร่อย่าง Silver Lake หรือ Downtown LA ในเรื่องไม่ได้มีเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับการเที่ยว จนดูแล้วจะต้องอยากแพคกระเป๋าไป LA ทันทีทันใด แต่ดูหนังเรื่องนี้คุณจะได้เสพมุมต่างๆของเมืองผ่านเนื้อเรื่องแทนนะ อ้ะไปดู

6. Midnight in Paris (2011) คืนบ่มรักที่ปารีส
พาไปเที่ยว Paris, France
กลับมาที่ปารีสและหนังของ Woody Allen เป็นการ Combination ของ 2 สิ่งนี้มันทำให้ทุกอย่างคลาสสิคมาก เอาเป็นว่าแค่ฉากเปิดมาก็อยากไปปารีสจะแย่แล้ว มีจุดที่ไปตามรอยได้หลายแห่ง เช่น Musée Rodin ,Musée de l’Orangerie – Jardin des Tuileries ,Café du Trocadéro ,Flea Market, Saint-Ouen, Seine-Saint-Denis

7. The Secret Life of Walter Mitty (2012) ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
พาไปเที่ยว Iceland – Greenland
ใช่ค่ะ จะเป็นการแนะนำลิสท์หนังที่ทำให้อยากเที่ยวไม่ได้ถ้าไม่มี Walter Mitty หลายคนอาจจะเคยดูแล้ว แต่ที่แปลกว่าคือถ้าลองหยิบมาดูอีกครั้ง จะมีมุมมองต่อหนังที่ต่างออกไป และจะได้เห็น โลเคชั่นเด็ดๆในเรื่องนี้ แน่นอน

8. About Time (2013) ย้อนเวลาให้เธอ(ปิ๊ง)รัก
พาไปเที่ยว London – Cornwall, England
เรื่องนี้ถ่ายกันที่ 2 เมืองหลักๆในอังกฤษคือ Cornwall และ London
เราอยากแนะนำให้ดูเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง คือดูแล้วจะได้ความอิ่มอกอิ่มใจกับเนื้อหาและสถานที่ถ่ายทำสวยๆ เอาเป็นว่าเป็นหนังที่ดีงามจนต้องตามไปดู

9. Wild (2014) ไวลด์ เดินก้าวไปตราบหัวใจไม่ล้ม
พาไปเที่ยว Pacific Crest Trail, USA
เป็นหนังที่เนื้อหาดีอีกเรื่องสำหรับ Wild แต่สิ่งที่อิ่มเอมใจมาก คือวิวตลอดทางที่ตัวเอกของเรื่องเดิน เป็นโลเคชั่นเด็ดที่สุดที่ว่าเห็นแล้วต้องอยากไป ขึ้นเขา ลงห้วย เดินป่า ลุยหิมะ ที่ pacific crest trail ตามหนังเรื่องนี้เลยล่ะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เคล็ดวิธีผูกหัวใจสาวที่ชายหนุ่มๆควรจะทำเมื่อเชิญสาวที่ถูกใจมาดูหนัง

กิจกรรมกล้วยๆอย่างชักชวนสาวมา ดูหนังออนไลน์ อยู่ที่บ้านตอนกักบริเวณในเหตุการณ์วัววิดที่โรงภาพยนต์ปิดยาวอย่างงี้ ก็น่าดึงดูดไม่น้อยในเป็นการเลือกเดทเล็กๆแบบไม่เป็นอันตรายในหลบหลีกในพื้นที่ ที่คนยัดเยียด การดูหนังดีๆสักเรื่องกับคนสักคนเพื่อความเกี่ยวเนื่องราบรื่นแจ่มใส ชายหนุ่มๆควรต้องฝึกพกเคล็ดลับประจำตัวไว้สักหน่อย เผื่อใช้สร้างความตรึงใจให้ผู้หญิงจะได้ผูกหัวใจเค้าให้อยู่มือ เอาละ จะชักชวนสาวมาดูหนังออนไลน์ที่บ้านทั้งทีก็จะต้องมีวิธีกันสักหน่อยเพื่อสาวชอบใจ จะมีอะไรบ้างตามมาเลย

ดูหนังแนวไหนถามดวงใจคุณมอง
ทดลองถามแนวหนังที่คุณถูกใจดูกร ว่าคุณถูกใจแนวไหน หรือมีเรื่องมีราวอะไรบ้างในขณะนั้นที่ต้องการมองมั้ย ด้วยเหตุว่าเพศหญิงบางบุคคลบางครั้งอาจจะถูกใจดูหนัง แนวแอคชั่น แนวต่อสู้เสี่ยงอันตราย ซึ่งบางครั้งอาจจะขัดกับบุคลิกลักษณะด้านนอกของคุณ หรือบางบุคคลก็บางครั้งอาจจะยังไม่กล้าดูหนังรักโรแมนติก กับเพศชายที่กำลังคบดูใจกันอยู่ในตอนเดทแรกๆด้วยความหวาดกลัวเขินหรือใดๆก็ตามแม้กระนั้น ชายหนุ่มๆอย่างพวกเราจำเป็นต้องวางวิธีการในข้อนี้ให้ดีๆ(ข้อนี้สำคัญ) ยิ่งถ้าเกิดเกิดเรื่องที่คุณกำลังต้องการมองพอดิบพอดีก็เข้าทางพวกเราเลยเชิญง่าย หรือถ้าเกิดคุณพูดว่าตามใจเราเลย ก็ทดลองเสนอเรื่องที่กำลังเดินทางมาแรงที่หลายๆคนรู้สึกชื่นชอบ พร้อมแนบรีวิวให้คุณตกลงใจ ก็จะก่อให้คุณคิดว่าคุณก็เป็นผู้ที่ทำการบ้านมาดีเช่นเดียวกันนะ ตั้งใจในทุกรายละเอียด

แต่งตัวให้ดูดี รวมทั้งมั่นใจในตัวเอง
ดูหนังอยู่บ้านพวกเราก็จำเป็นต้องแต่งให้ดูดีเหมาะเจาะ เป็นตัวของตัวเข้าไว้นะ ชายหนุ่มๆบางบุคคลบางทีอาจรู้สึกว่า จำเป็นต้องแต่งตัวให้หล่อดูดีเป็นพิเศษ จนถึงลืมไปว่ามันทำให้ขาดความเป็นตัวเองไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการแต่งตัวที่มองล้น ไหมใช่บุคลิกลักษณะตนเองจนกระทั่งไม่ยุติธรรมชาติ จากที่ทีแรกๆตั้งอกตั้งใจจะให้ออกมาดูดี ก็บางทีก็อาจจะแปลงเป็นดูไม่ดีในสายตาคุณได้ ย้ำดึงเอาความมั่นใจและความเชื่อมั่นในตัวเอง ตัวตนของพวกเราออกมาให้คุณเห็นดีเห็นชอบกว่า เนื่องจากอย่าลืมว่าที่คุณตกลงใจออกมาดูหนังกับพวกเรา ส่วนใดส่วนหนึ่งย่อมมาจากการที่คุณก็ตั้งมั่นมาศึกษาตัวตนของพวกเราด้วยเหมือนกัน คุณต้องการจะรู้จักพวกเราให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หรือมากยิ่งกว่านั้นคุณก็บางทีอาจกำลังชอบพอในความเป็นพวกเราอยู่ก็เป็นไปได้ ด้วยเหตุผลดังกล่าว ชายหนุ่มๆก็เลยไม่สมควรลืมข้อนี้เด็ดขาด

วางตัวให้ดี ให้เกียรติคุณเสมอ
หากต้องการให้ความเกี่ยวข้องเริ่มได้งาม ชายหนุ่มๆควรจะวางตัวให้ดี และก็เป็นสุภาพบุรุษที่ให้เกียรติคุณเสมอ การดูหนังอยู่บ้านสองต่อสองเป็นที่ลับตาคนอยู่แล้ว แต่ว่าชายหนุ่มๆก็ไม่สมควรถึงเนื้อถึงตัวคุณกระทั่งเกินงาม แม้กระนั้นอาจจะเป็นไปได้ว่าจะมีกระจู๋กระจี๋จับไม้ประสานมือบ้าง พอให้หัวใจชุ่มชื่นกันอีกทั้ง 2 ข้าง รับประกันว่าคุณจึงควรต้องการมาดูหนังกับคุณในครั้งต่อๆไปอีกแน่ๆ

จบให้มีความสวยงาม ด้วยการชักชวนต่ออีกนิด
อย่าทำให้จังหวะที่กำลังจะได้กระชับความเชื่อมโยงให้เพิ่มขึ้นเรื่อยๆนั้นหลุดลอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งขั้นแรกๆของการนัดหมายเดท ชายหนุ่มๆคนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจไม่สบายใจว่าจะเชื้อเชิญสาวคุยเรื่องอะไรดี บอกเลยว่าข้างหลังดูหนังจบนี่แหละ คุณจะมีบทพูดที่ไม่มีเบื่อเชิญชวนคุณคุยได้อีกยาว ด้วยการพูดคุยกันถึงเรื่องหนังที่เพิ่งจะมองจบไป บางทีอาจจะเชื้อเชิญคุณนั่งคุยนั่งทานข้าว หรือรับประทานขนมหวานกันต่อ ใช้เวลาระยะนี้ให้คุ้ม มีหรอผู้หญิงจะไม่ต้องใจในตัวคุณ

นัดหมายเดท หากิจบาปทำคราวถัดมา
เดทถัดไปอย่าให้หยุดชะงัก ด้วยการพูดชักชวนคุณ ถึงการพบกันคราวต่อไปในทันทีทันใดก่อนที่จะแยกย้ายกัน ยิ่งถ้าเกิดคุณสามารถใช้เวลาสำหรับเพื่อการเดทคราวนี้ทำให้คุณเพลิดเพลินเจริญใจแล้วก็เต็มไปด้วยรอยยิ้มแล้วนั้น จังหวะที่คุณจะตอบตกลงนั้น 99.99% เลยเชียวล่ะ คุณอาจจะเชื้อเชิญคุณมาดูหนังอีกหัวข้อ ในวันต่อๆไปก็ได้ แต่ว่าไม่ว่าจะไปทำอะไรถ้าเกิดคุณทำให้คุณซาบซึ้งใจได้สัก 1 ครั้งแล้ว คราวใดๆคุณก็ยินดีที่จะตอบตกลงแน่ๆ หากคุณเชิญชวนคุณอีก

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะเหตุไร? ฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังสำเร็จกว่าฝึกหัดจากการอ่านหนังสือ

ดูหนังออนไลน์ อยู่บ้านก็สามารถฝึกฝนภาษาอังกฤษสำเร็จกว่า ฝึกฝนจากหนังสือนะ เพราะเหตุใด ทราบมั้ย เวลาพวกเราเรียนหรือฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือ พอเพียงอ่านไปครู่หนึ่งพวกเราก็อาจรู้สึกเบื่อ แล้วมันจะมีทางไหนที่ทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้อย่างไม่เบื่อบ้าง หนึ่งในนั้นเป็นการดูหนังอย่างไรล่ะ การฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนังเป็นเลิศในแนวทางที่จะทำให้ภาษาอังกฤษพวกเราเจริญแบบกก้าวกระกระโดด การดูหนัง มันก็สนุกสนานอยู่แล้ว รวมทั้งมันจะดีเยี่ยมถ้าหากพวกเราสนุกสนานไปด้วยทำความเข้าใจภาษาอังกฤษไปด้วย และก็นี่หมายถึงเหตุผล ที่เพราะอะไรการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากหนัง ถึงสำเร็จกว่า การฝึกฝนจากหนังสือ เหตุผลพวกนั้น มีอะไรบ้าง มาดูกัน

1. ด้วยเหตุว่าการดูหนังมันบันเทิงใจกว่า
การเล่าเรียนไปพร้อมๆกับความเพลิดเพลิน ย่อมดียิ่งกว่าศึกษาแบบน่ารำคาญเสมอ ยิ่งหากได้ดูหนังที่ชอบแล้วด้วย ประเภทที่แบบคิดออกทุกอารมณ์แล้วก็คำกล่าว ก็ยิ่งศึกษาได้เร็ว รวมทั้งทำให้พวกเราจำต้นแบบประโยคได้ว่า อารมณ์อย่างงี้ พวกเราเอาคำกล่าวโก้ๆแบบงี้มาบอกได้นะ การดูหนังที่สนุกสนานและก็ตนเองถูกใจ จะช่วยทำให้พวกเราทำความเข้าใจได้เร็วขึ้นจริงๆเมื่อเทียบกับการอ่านหนังสือ

2. ได้คำคม/คำบอกเล่านำไปใช้ได้ต่อแบบหรูๆรวมทั้งนึกออกแน่ๆ
หนังหลายๆเรื่องชอบมีคำคม และก็ให้ข้อคิดเตือนใจกับพวกเราเสมอ พวกเราสามารถทำความเข้าใจภาษาอังกฤษจากคำคมพวกนั้นได้ หรือนำคำคมพวกนั้น มาปรับใช้กับชีวิตประจำวันพวกเราก็ยังได้ ดังเช่นว่า ถ้าเกิดคนไหนกันเคยมองเรื่อง Spider Man แล้วก็ถูกใจประเด็นนี้ คงจะไม่มีผู้ใดไม่รู้ คำคมคำนี้ สามารถเอาคำคมนี้ไปใช้บอกในขณะที่จำเป็นต้องรับผิดชอบงานอะไรที่มันใหญ่มหึมาได้ ฮ่าๆ
“With great power comes great responsibility”
“อำนาจที่ยิ่งใหญ่ มากับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง”
หรือหนังเรื่อง Fast & Furious 6 ก็ได้ข้อคิดเตือนใจแล้วก็คำคมมา
“Every man has to have a code”
“เป็นลูกผู้ชายจึงควรมีแนวทาง”

3. ภาษาในหนังเป็นภาษาที่ใช้ในชีวิตจริง
ในตำราเรียนโดยมาก บางครั้งบางคราวจะพบศัพท์หรือประโยคโบราณๆที่คนปัจจุบันเขาพูดน้อยกันแล้ว ชอบเป็นภาษาแบบทางการซะมากยิ่งกว่า แต่ว่าในหนังเป็นภาษาพูดทั่วๆไปที่พวกเรานำไปใช้เอาอย่างกล่าวต่อในชีวิตได้จริงๆ

4. ได้ทราบความหมายของศัพท์ที่ไม่ใช่แค่เฉพาะคำแปล
เวลาเรียนในห้องเรียน คุณครูให้การบ้าน แปลศัพท์จากหนังสือ พวกเราก็จะได้แต่ว่าเพียงแค่คำแปล แต่ว่าพวกเราจะคิดไม่ค่อยออกว่า พวกเราจะใช้ประโยชน์ที่แหน่งใด ใช้อย่างไร แม้กระนั้นหากในหนัง พวกเราจะทราบถึงบริบทของคำนั้นๆทราบว่าใช้คำนั้นอย่างไร แล้วก็ใช้เมื่อไหร ยิ่งถ้าหากดูหนังแนวเดิมๆเป็นประจำอย่างเช่นหนังแนวสอบสวน ก็จะทราบศัพท์ แล้วก็บริบทของคำนั้นๆเพิ่มมากขึ้นด้วย เป็นต้นว่า ถ้าเกิดพวกเราเพิ่งจะทราบคำศัพท์ใหม่แบบที่ไม่เคยทราบมาก่อน อย่างคำว่า Detective ที่หมายความว่า สายลับ ร้อยอีกทั้งเก้าสิบเก้าจุดเก้าๆเพียงพอเปิดดิกเสร็จ รู้เรื่องรู้ราวหมายละ แต่ว่าไม่เคยได้ใช้เลย สักครู่ก็ลืมศัพท์คำนี้ แต่ว่าถ้าเกิดเป็นหนังนะ ดูหนังสองสามเรื่องเกี่ยวกับสอบสวนสืบสวนก็เพียงพอจะทราบดีแล้ว Detective หมายความว่าอะไร พวกเราสามารถใช้ได้หลายแบบอย่าง ทั้งยังใช้นำหน้าชื่อได้ ดังเช่น Detective Loki จากหนังที่ยอดเยี่ยมเกี่ยวกับประเด็นการลักพาตัวเด็กอย่างหนังอ่อนว Prisoners หรือบางครั้งอาจจะใช้เป็นคำนามบอกอาชีพก็ได้ ยกตัวอย่างเช่น He’s a detective
แล้วก็สิ่งที่จำเป็นเลย เป็นรู้ดีว่า เว้นเสียแต่ทราบว่า Detective มีความหมายว่าอะไรแล้ว ยังทราบดีว่าทำอะไรบ้างอีก เป็นต้นว่ายอดเยี่ยมหนังเรื่อง Seven ที่ กางรดพิทแล้วก็มอร์แกนฟรีแมนแสดงเป็นสายสืบ กล่าวได้ว่า ยิงปืนนัดหมายเดียว ได้นกสองตัว (Killing two birds with one stone.) แบบงี้หนังสือทำไม่ได้นะอิอิ

5. ดูหนังได้อารมณ์มากมายว่าอ่านหนังสือเป็นไหนๆ
มีคนกล่าวว่า อารมณ์ของเนื้อความที่พวกเราได้ยินนั้น 30% มาจากศัพท์หรือใจความที่พวกเราใช้ แต่ว่าอีก 70% ที่เหลือเป็น มาจากบริบทต่างๆของผู้พูดได้แก่ กล่าวอย่างไร ยิ้มไหม น้ำเสียงคืออะไร เสียงดังหรือไม่ สิ่งกลุ่มนี้ไม่สามารถที่จะบอกได้ด้วยตำราเรียน อย่างไรก็แล้วแต่ มิได้แปลว่าการการฝึกฝนภาษาอังกฤษจากการอ่านหนังสือไม่ดี ทั้งหมดทุกอย่างล้วนมีจุดเด่นของมันหมด แม้กระนั้นการฝึกหัดภาษาอังกฤษจากการดูหนัง soundtrack นั้น ช่วยในประเด็นการฟังได้มากมาย พอเพียงฟังได้แล้วการพูดก็จะตามมา เนื่องจากพวกเราเอาอย่างจากการฟัง เสมือนเด็กนั่นแหละขอรับที่ฟังก่อน ค่อยกล่าวเป็น นี่เป็นฐานรากสำคัญ แม้กระนั้นสิ่งที่จำเป็นเยอะที่สุดเลยเป็น ความมุ่งมั่นรวมทั้งความสม่ำเสมอ แรกๆบางครั้งก็อาจจะยาก แต่ว่าเชื่อเถอะ วันใดวันหนึ่งนึง คุณจะฟังแล้วเกือบจะไม่ต้องประเมินผลอะไรเลย ด้วยเหตุผลดังกล่าว มาเริ่มดูหนัง Soundtrack กันเลยดีกว่าเนอะ ถ้าเกิดผู้ใดกันยังไม่รู้จักว่า เพราะเหตุใดพวกเราควรจะดูหนัง เสียง soundtrack มากมายเสียงบรรยายไทย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เพราะอะไร? ผู้ผลิตหนังไทย ถึงชอบสร้างหนังแนวตลกคอมเมดี้

คุณเคยสังเกตุมั้ยว่า ดูหนังออนไลน์ ใน เว็บดูหนังออนไลน์ มีหนังไทยแนวไหนเยอะมากที่สุด ถ้าเดาไม่ออกลองเปิดเว็บ ดูหนังออนไลน์ ได้เลย แล้วคุณจะได้คำตอบ และหนังไทยนั้นถือว่าอยู่คู่กับสังคมของเรามาเป็นระยะเวลายาวนาน ตลอดเวลาก็ได้สร้างสาระความบันเทิงให้กับผู้ชมอย่างไม่ขาดสาย ด้วยความที่หนังเป็นสื่อที่หาชมได้ง่าย มีโรงหนังที่เปิดให้บริการอยู่ทั่วประเทศ หรือใครที่ไม่ชอบออกจากบ้านก็สามารถชมผ่านทาง เว็บดูหนังออนไลน์ ได้

โดยหนังไทยนั้นก็ถูกผลิตออกมาหลายแนวหลายประเภทด้วยกันตั้งแต่ แนวแอคชั่น, แนวสู้ชีวิต, แนวผีสยองขวัญ, แนวสารคดี ซึ่งประเภทของหนังไทยที่นิยมสร้างกันมากที่สุดประเภทนึงก็คือ แนวตลกคอมเมดี้ เบาสมอง ซึ่งไม่ว่ากี่ยุคกี่สมัยเราก็ได้ผ่านตากันมาหลายเรื่องจากหลายผู้ผลิต ซึ่งอาจจะมีประสบความสำเร็จมากมายหรือที่ไม่ประสบความสำเร็จก็มีอยู่ให้เห็นแต่ว่าหนังแนวตลกของไทยก็ยังมีให้เห็นไม่ห่างหายไปไหน นั่นเป็นเพราะอะไรครั้งนี้เราจะมาลองวิเคราะห์ถึงเหตุผลกัน
1. ต้นทุนการผลิตที่น้อยกว่าแนวอื่น
ต้องยอมรับกันตรง ๆ ว่าทุนสร้างของบริษัทภาพยนตร์ของไทยนั้นไม่ได้เยอะแยะมากมายเหมือนกับบริษัทของต่างประเทศ ที่สามารถสร้างภาพยนตร์แอคชั่น ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ หรือ ภาพยนตร์แนวผจญภัยต่าง ๆ ที่สามารถทุ่มเงินไปกับ ฉาก สเปเชี่ยลเอฟเฟค หรือ วิชวลกราฟิค ได้ ดังนั้นในบรรดาประเภทของภาพยนตร์ที่ได้รับความนิยมนั้นภาพยนตร์ตลกดูเหมือนจุดเด่นจะไม่ได้อยู่ที่การต้องทุ่มเงินไปการโปรดัคชั่นที่อลังการมากแต่อยู่ที่การเขียนบทที่ตรงใจและเข้าถึงอารมณ์ขันของคนดูมากกว่า
แต่นั่นก็เป็นเหมือนกับดาบ 2 คม ของผู้ผลิต โดยถ้าภาพยนตร์เรื่องนั้นสามารถทำหน้าที่ในด้านให้ความสนุกสนานและความบันเทิงกับผู้ชมได้อย่างเต็มที่นอกจากการโปรโมตออกสื่อแล้วก็จะเกิดการบอกปากต่อปากกันทำให้สามารถประสบความสำเร็จได้ แต่ถ้ายิ่งไม่เน้นด้านโปรดัคชั่นเท่าไหร่แล้วเรื่องราวหรือบทของภาพยนตร์ไม่โดนใจผู้ชมวงกว้างด้วยแล้วก็เตรียมพับเสื่อกันไปได้เลย
2. พื้นฐานนิสัยคนไทย
อย่างที่รู้กันว่าคนไทยมีนิสัยที่ชอบความสนุกสนานเฮฮา ไม่ชินกับความเครียดหรือความกดดันเท่าไหร่ โดยสิ่งเหล่านี้อาจจะมีมากน้อยกันไปในแต่ละบุคคล แต่ตั้งแต่อดีตการที่ประเทศไทยได้ฉายาจากชาวต่างชาติว่า Land of Smile ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ดังนั้นมโหรสพต่าง ๆ ที่คนไทยชอบดูมาตั้งแต่สมัยโบราณจึงสอดแทรกอารมณ์ขันไปอยู่เสมอ ทั้งลิเก หรือ ลำตัด ที่มักมีตัวแสดงหรือบทที่ทำให้คนดูหัวเราะได้กันเป็นปกติ
ดังนั้น เมื่อประเทศไทยสามารถสร้างภาพยนตร์เองได้ก็มักจะเขียนบทหรือทำเรื่องราวที่สนุกสนานขบขันเพื่อมาเอาใจคนดูหรือแม้กระทั้งภาพยนตร์แอคชั่นหรือผีก็ยังต้องมีตัวละครหนึ่งทำหน้าที่แสดงบทตลกเพื่อคลายความตึงเครียดของภาพยนตร์นั่นเอง ดังนั้นไม่แปลกที่ผู้ผลิตจะทำหนังแนวตลกออกมาเพื่อรองรับนิสัยคนไทย
3. หานักแสดงได้ไม่ยาก
การที่จะแคสนักแสดงแต่ละคนมาเพื่อรับบทในหนังเรื่องนั้น ๆ การสร้างความรู้สึกดึงดูดให้ผู้ชมก่อนดูนั้นเป็นสิ่งสำคัญมาก ยิ่งในประเทศไทยถ้าผู้ชมไม่เชื่อว่านักแสดงคนนั้นสามารถสร้างความสนุกสนานตลกขบขันให้กับเขาได้โอกาสที่จะเข้าไปดูนั้นก็มีน้อยลง แต่ว่าโชคดีที่ประเทศไทยมีนักแสดงตลกที่คุ้นหน้าเป็นจำนวนมากดังนั้นจึงเป็นแหล่งทรัพยากรชั้นดีสำหรับผู้สร้างที่จะนำมาเป็นตัวแสดงหลักหรือนักแสดงสมทบให้กับผลงาน
แต่นั่นก็มีทั้งผลดีหรือผลร้ายอีกเช่นกัน เพราะว่าในยุคแรกที่นำนักแสดงตลกโดยเฉพาะพี่ ๆ ตลกคาเฟ่เข้ามาเป็นตัวเอกในภาพยนตร์ก็อาจจะสร้างความฮือฮาและความแปลกใหม่ได้มาก แต่หลังจากที่ทำในรูปแบบเดิมมาเป็นเวลานานอาจจะทำให้ผู้ชมเกิดความเบื่อและไม่สนับสนุนภาพยนตร์แนวนี้ในยุคหลัง ๆ นั่นเอง
4. ผสมผสานได้กับหลายแนว
หนังแนวตลกนั้นสามารถนำไปดัดแปลงได้กับเนื้อเรื่องในหลายสถานการณ์ ทั้งเรื่องราวของแอคชั่น ผี ไปจนถึงประวัติศาสตร์ ดังนั้นผู้สร้างจึงมีทางเลือกในการกระจายกลุ่มเป้าหมายที่ชอบแนวต่างกันไปได้ง่ายกว่า ทำให้ลดอัตราเสี่ยงขาดทุนไปได้นั่นเอง

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

แนะนำวิธีพูดชวนผู้ชาวต่างชาติที่เราชอบไปดูหนัง!!

สาวๆคนไหนกักตัวอยู่บ้านแล้วเบื่อ มี ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดีๆอยู่อย่างเช่น เว็บดูหนัง Moviedoofree.com แล้วอยากชวนผู้ชายสายฝอที่เราแอบชอบมาดูหนังเป็นเพื่อน แต่ไม่รู้จะพูดว่าอะไรดี? เราจะไม่นกอีกต่อไป..วันนี้เรามีประโยคง่ายๆ ที่พูดแล้วดูเป็นธรรมชาติ แบบเนียนๆ ไม่โป๊ะ ที่เราสามารถหยิบมาใช้เมื่อต้องการหลอกชวนแบบใสๆ ให้ผู้ฝรั่งมาดูหนังออนไลน์เป็นเพื่อนที่บ้านเรา (คุณผู้ชายก็เอาเอาไปใช้พูดชวนสาวฝรั่งได้เช่นกันนะ ) มาดู 5 ประโยคนี้กัน อย่ารอช้า! ช้าหมดระวังอดคนอื่นแย่งตัดหน้าไปก่อนนะ

1. Let’s go to the movies at my home. (เราไปดูหนังที่บ้านของฉันกันเถอะ)
คำว่า Let’s ย่อมาจาก Let us ซึ่งจะอยู่ต้นประโยคชักชวน เช่น
Let’s eat. (เรากินข้าวกันเถอะ) Let’s get married. (เราแต่งงานกันเถอะ)
Let’s hide Boom’s underwear so he can’t find them!
(เราซ่อนกางเกงในของบูมเอาไว้ในที่ที่เขาหาไม่เจอนะ)
ดังนั้น Let’s go to the movies. หมายถึง เราไปดูหนังกันเถอะ คำตอบคงเป็น Okay. ในความหมายว่า ตกลง หรือ โอเค หรือไม่ก็ Sorry, I can’t. (ขอโทษ ไปไม่ได้)
โครงสร้างประโยคแบบนี้ไม่ยาก และออกในหลายรูปแบบที่คล้ายกันเช่น Let’s see a movie. Let’s go see a movie. หรือ Let’s see a film tonight.

2. Why don’t we see a movie at my home? (เรามาดูหนังที่บ้านของฉัน..กันดีไหม)
คำว่า Why แปลว่า ทำไม และ Why don’t เป็นคำถามที่ออกในแนว “ทำไมคุณไม่ทำอะไรบางอย่าง” เช่น
Why don’t you like me? (ทำไมคุณถึงไม่ชอบหนู)
Why don’t you ever come to school on time? (ทำไมคุณไม่เคยมาโรงเรียนตรงเวลา)
ด้วยความหมายนี้ เราใช้ Why don’t you …? ในการชักชวนด้วย สูตรคือ Why don’t you และต่อด้วยสิ่งที่คุณอยากเสนอให้ทำ คงไม่ต้องบอกว่า ใช้ we แทน you ได้ เช่น
Why don’t we go to the movies tonight?
ถ้าแปลตรงตัวก็คือ ทำไมคืนนี้เราไม่ไปดูหนังกัน ฟังแล้วแปลก เพราะความหมายแท้คือ เราไปดูหนังกันเถอะ (ไม่ดีหรือ … ไม่ดีตรงไหน … ทำนองนี้)
สรุปว่า Why don’t we …? เป็นการชักชวนอีกคนหนึ่ง หรืออีกหลายคน ไปทำอะไรร่วมกัน เช่น
Why don’t we have dinner tonight? (คืนนี้เราทานข้าวด้วยกันดีไหม)
Why don’t we stop arguing? (เอาเป็นว่า เราเลิกทะเลาะกันดีไหม)
ส่วนเรื่องการชวนไปดูหนัง ก็ใช้
Why don’t we see a movie? Why don’t you and I go see a movie tonight?
Why don’t we have something to eat then see a movie? (เราไปทานข้าวและก็ดูหนังดีไหม)

3. What about going to the movies? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
คำถามที่เริ่มต้นด้วย What about …? เป็นการเสนอให้ทำอะไร หรือการชักชวนนั่นเอง มักจะเป็นภาษาพูด เช่น
What about lunch? (กินข้าวมื้อเที่ยงไหม) What about a drink? (ถึงเวลาดื่มอะไรสักอย่างดีไหม)
เราพูด What about a movie? ได้เพื่อเสนอว่า เราอยากไปดูหนัง เช่น
A: I’m bored. What can we do? (ฉันเบื่อ เราจะทำอะไรดี)
B: What about a movie? (เอาเป็นว่า ไปดูหนังดีไหม)
อีกรูปแบบหนึ่งคือ What about going to the movies? (What about + กริยา+ing) หรือ
What about seeing a movie? หรือ เอานำหน้าประโยคบอกเล่า จะทำให้มันเป็นคำถามที่ชวนไปทำอะไรบางอย่าง เช่น What about we go see a movie?
อย่างไรก็ดี What about มักเป็นการชักชวน จำไว้นะ

4. How about going to the movies? (เอาเป็นว่า เราไปดูหนังดีไหม)
เหมือนกับ What about …? เป๊ะเลย
คนไทยชอบใช้ How about ในการถามว่า อะไรบางอย่างเป็นอย่างไรบ้าง แต่ฝรั่งมักไม่ใช้อย่างนั้น สำหรับพวกเราแล้ว How about …? ใช้ในการเสนอ หรือ ชักชวนไปทำอะไร เช่น
How about being my girlfriend? (น้องจะเป็นแฟนผมดีไหม)
How about we meet at six? (เอาเป็นว่า เราเจอกัน 6 โมงเย็นดีไหม)
Would you like to see a movie? (คุณอยากไปดูหนังไหม)

5. Do you want to see a movie? (คุณอยากดูหนังไหม)
Do you want …? หมายถึง คุณต้องการไหม เหมือน Would you like …? ซึ่งหมายถึง คุณต้องการเหมือนกัน
Would you like …? ฟังแล้วสุภาพกว่า Do you want …? ไม่ได้หมายถึง Do you want …? ไม่ดี แล้วแต่สถานการณ์ อาจสรุปอีกอย่างหนึ่งว่า ถ้าอยากสร้างความประทับใจ (หมายถึง จีบคนนั้น) ใช้ Would you like …? แต่ถ้าเป็นเพียงเพื่อนสนิท Do you want …? ก็พอ
Do you want …? มักจะย่อเป็น Do you wanna …? หรือ Wanna …? เช่น
Do you wanna see a movie at my home?
Wanna see a movie? หรือ Wanna go to the movies tonight? (คืนนี้ไปดูหนังกันไหม)
Wanna catch a movie? (อยากดูหนังไหม … ในเชิงแสลงคำว่า catch หมายถึง ดู)

สุดท้ายนี้ สำหรับใครที่อยากชวนเพื่อนฝรั่งมาดูหนังออนไลน์ที่บ้าน เพราะคุณชอบเค้าคนนั้น บางทีอยากจะจีบ แต่ไม่ทราบว่า ควรพูดแบบไหนที่จะฟังแล้วเหมาะ ไพเราะ ไม่อันตราย และก็ได้ผล ลองเอาประโยคที่เราสอนใปใช้กันนะคะ ขอให้ทุกคนสมหวังดังปรารถนา ไม่นกกันถ้วนหน้านะคะ

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษจากการ ”ดูหนังออนไลน์”

การ ดูหนังออนไลน์ พิสูจน์กับหลายๆคนได้แล้วว่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการพัฒนาทักษะด้านการฟัง เรียนรู้คำศัพท์ และฝึกวิธีการพูดในแบบที่เป็นธรรมชาติ แต่สิ่งสำคัญ ต้องทำให้ถูกวิธี ข้อผิดพลาดที่ผู้เรียนภาษาอังกฤษส่วนใหญ่ทำคือ ไม่ได้ทำให้การดูหนังเป็นประสบการณ์การเรียนรู้อย่างแท้จริง แค่นั่งดูไปเรื่อย ๆ เหมือนดูหนังในภาษาของตัวเอง และไม่ได้จริงจังกับมันมากพอ วันนีเราจะขอนำเสนอทริคเล็ก ๆ น้อยสำหรับการฝึกภาษาเรียนรู้คำศัพท์จากการดูหนังออนไลน์ มาดูกันเลย

เรียนรู้จากการฟังภาษาอังกฤษจริงๆ ของ Native speaker
หนึ่งในวิธีการฝึกฝนภาษาอังกฤษที่หลายๆ คนคอนเฟิร์มแล้วว่า ‘เวิร์ค’ ก็คือการ ‘ดูหนังออนไลน์’ สิ่งที่จะได้จากการดูหนังนั้นมีเยอะไปหมด ไม่ว่าจะเป็นเรียนรู้การใช้ภาษาจริงๆ ของ Native speaker (จะทำให้คุณคุ้นเคยกับสำเนียงของเจ้าของภาษา) , การเพิ่มพูนคำศัพท์ วลีและสำนวนที่ใช้ในชีวิตจริงที่สนุกและได้ความรู้ไปพร้อมๆ กัน, เรียนรู้วัฒนธรรมเจ้าของภาษา, เรียนรู้การออกเสียงที่ถูกต้อง ,ฝึกทักษะการฟังของคุณอีกด้วย

การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์อย่างจริงจัง
การเรียนภาษาอังกฤษด้วยการดูหนังออนไลน์ คุณจะต้องมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง เอาโน้ตบุ๊คไว้ใกล้ตัว หยุดวิดีโอแล้วบันทึกคำศัพท์ใหม่หรือสำนวนใหม่ ๆ ทุกครั้งที่เจอ เมื่อดูเสร็จหนึ่งรอบให้ใช้พจนานุกรมภาษาอังกฤษหรือแอปต่าง ๆ เพื่อศึกษาคำจำกัดความของคำและสำนวนที่คุณบันทึกไว้

บันทึกคำหรือประโยคจากฉากไว้ฝึก
นอกจากนั้น อีกวิธีง่ายๆที่เราอยากแนะนำคือ การจดบันทึกคำศัพท์หรือประโยคง่ายๆจากฉากในหนัง เพราะการจดบันทึกคำง่ายๆ ในฉากหนังนั้นเอาไว้ ซึ่งจะทำให้ง่ายต่อการย้อนกลับไปดูในภายหลัง เพราะยิ่งคุณดูซ้ำ ๆ คุณก็จะยิ่งเข้าใจในบริบทของประโยคที่ถูกใช้มากขึ้น แถมยังช่วยให้คุณได้ฝึกฟังและฝึกพูดซ้ำ ๆ จนคล่องขึ้นได้อีกด้วย

ดูคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ
แต่ถ้ารู้สึกว่ามันเป็นงานยากเพราะต้องดูเนื้อหาที่ยาวเกินไปและอยากได้ตัวช่วย จะทำให้มันง่ายขึ้น เราขอนำเสนอวิดีโอบทสนทนาภาษาอังกฤษ ในรูปแบบคลิปตัวอย่างหนังออนไลน์สั้นๆ ก่อน และค่อยๆปรับเปลี่ยนมันให้เป็นการดูแบบยาวๆที่หลัง

การดูหนังออนไลน์ ถึงแม้จะเป็นการสื่อสารแบบทิศทางเดียว แต่คุณก็สามารถฟังและพร้อมทั้งอ่านออกเสียงเป็นสำเนียงเจ้าของภาษาตามหนังได้ และยังมีสื่อการเรียนรู้อีกมากมายให้คุณได้ศึกษาในระหว่างดูหนังออนไลน์ เมื่อดูเสร็จคุณจะได้รับคำศัพท์และบทสนทนาง่ายๆที่จะช่วยให้คุ้นเคยกับการฟัง การออกเสียงภาษาอังกฤษง่ายขึ้น และการฝึกภาษาจากการดูหนังออนไลน์ก็สนุกและไม่น่าเบื่ออีกด้วย

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนคนอยู่บ้านดูหนังแนวคุณหมอ เพิ่มพูนความรู้เกี่ยวกับการแพทย์

อยู่บ้านกักตัวเบื่อๆ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ ดูหนังเกี่ยวกับการแพทย์เพื่อเพิ่มพูนความรู้ด้านการรักษาดูแลสุขภาพกัน หลายคนคงเห็นแล้วว่าในยุคที่โรคระบาดอย่างโควิด 19 ครองเมืองนั้น ความรู้ด้านการการแพทย์เบื้องต้น การดูแลสุขภาพอนามัยมีความสำคัญอย่างยิ่ง และการเรียนรู้ก็ไม่ได้จำกัดแค่ในหนังสือ อย่างหนังทีเราจะนำเสนอต่อไปนี้ ก็เป็นหนังที่สะท้อนให้เห็นการทำงานของหมอ อาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ และวิธีการรักษา การดูหนังนอกจากจะสนุกแล้วยังจะได้ทริคความรู้ต่างๆเกี่ยวกับการแพทย์ ซึ่งสามารถใช้ได้จริงๆ มาดูแลสังเกตอาการ หรือจะเป็นการดูแลสุขภาพอนามัยให้ตัวเองและคนที่เรารักได้

1. หมอเจ็บ
ภาพยนตร์นี้ ออกฉายเมื่อปี 2547 เป็นเรื่องราวของ 2 หมอที่เป็นเพื่อนสนิทกันกำลังไปเป็นหมอเอ็กซ์เทิร์น (Extern) ที่โรงพยาบาลต่างจังหวัด ซึ่งการออกไปฝึกงานครั้งนี้ ทำให้ทั้ง 2 ได้เรียนรู้อะไรๆ หลายอย่าง และมีบททดสอบสำคัญอยู่ตรงหน้าที่เขาจะต้องเลือกทำ โดยภาพยนตร์เรื่อง หมอเจ็บ ได้สะท้อนมุมมองเรื่องการเข้าถึงระบบสาธารณสุขของไทยในพื้นที่ห่างไกลความเจริญได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังอธิบายเรื่องการเลือกฝึกงานของนักศึกษาแพทย์ การใช้ชีวิต การเรียนรู้ต่างๆ ที่นักศึกษาแพทย์จะต้องพบเจอ ก่อนจะออกมาเป็นแพทย์ในชีวิตจริง

2. ฟรีแลนซ์..ห้ามป่วย ห้ามพัก ห้ามรักหมอ
ออกฉายเมื่อปี 2558 เป็นเรื่องราวที่สะท้อนการทำงานของชาวฟรีแลนซ์ ซึ่งใช้งานร่างกายหนักจนเกิดปฏิกิริยาทางร่างกาย ส่งผลให้เขาต้องไปพบหมอผิวหนังในโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งตรงนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นในการค้นพบตัวตน และการหาคำตอบว่า เขาทำงานหนักไปเพื่ออะไร ทั้งนี้ ตัวหนังเองไม่ได้พูดถึงแค่วงการฟรีแลนซ์เท่านั้น แต่ยังพูดถึงระบบสาธารณสุขของไทย เช่น การรอคิวเพื่อพบหมอ บางคนจะต้องมาก่อน 6 โมงเช้า หรือการนั่งรอหมอตรวจกว่าครึ่งวัน เป็นต้น ส่วนนางเอกของเรื่องนี้ คือ หมอ ที่เป็นหมอห่วงใยคนไข้ และต้องการค้นหาต้นตอของโรค การรักษาโรคอย่างจริงจัง แต่ก็มิวายโดนคนไข้ที่ไม่เข้าใจการทำงาน โวยวาย หรือด่าทอ นอกจากนี้ ภาพยนตร์เรื่องฟรีแลนซ์ ยังอธิบายถึงการกระทำบางอย่างของหมอ ที่บอกเล่าให้คนป่วย หรือคนนอกอย่างพวกเราเข้าใจ เช่น การแชตไลน์ในระหว่างการรักษาคนไข้ ซึ่งส่วนใหญ่จะหมายถึงการคุย ปรึกษากันในวงหมอ เกี่ยวกับโรคของคนไข้ เป็นต้น

3. หมอหงวน แสงดาวแห่งศรัทธา
ฉายเมื่อปี 2553 เป็นเรื่องราวของนายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกโครงการประกันสุขภาพถ้วนหน้า โดยรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ได้นำนโยบายนี้ไปใช้ โดยใช้ชื่อว่า 30 บาทรักษาทุกโรค ทั้งนี้ ละครดังกล่าว ได้สะท้อนตัวตนของหมอหงวน ที่ออกไปเป็นแพทย์ชนบท ที่ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ซึ่งในสมัยก่อนความเจริญยังเข้าไปไม่ถึง หมอหงวนต้องต่อสู้ระหว่างความเชื่อของชาวบ้าน และการรักษาโรค รวมไปถึงอิทธิพล อำนาจต่างๆ ที่หมอหงวนต้องพบและต่อสู้กับอุปสรรคเหล่านั้น

4. Healing Hands (นาทีชีวิต นาทีวิกฤติ)
หลายๆ ครั้งที่ฮ่องกงต้องเผชิญกับโรคระบาด เช่น โรคซาร์ส เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งการที่จะให้คนเข้าใจเรื่องราว และการป้องกันของโรคนี้ คือ การทำละคร ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างมาก อย่างไรก็ตาม ละครเรื่องนี้ สะท้อนให้เห็นว่า หมอก็เป็นคน ป่วยเป็นเหมือนกัน นอกจากจะไม่สบายแล้ว หมอ ก็ต้องเผชิญกับการใช้ชีวิตที่ไม่เป็นดั่งหวังอีกด้วย

5. The Hippocratic Crush On Call 36 hours หรือ ทีมแพทย์กู้ชีพ
เรื่องนี้ก็คล้ายๆ กับ Healing Hands แต่เนื้อเรื่องทันสมัยมากกว่า จุดที่พีคที่สุดคือ การที่หมอศัลยกรรมคนหนึ่ง ต้องหันเหเปลี่ยนแปลงชีวิต มาเป็นหมอพยาธิวิทยาแทน เนื่องจากตัวเองป่วยด้วยโรคเนื้องอก ซึ่งจุดนี้เองทำให้คนที่ดูละคร มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับพยาธิวิทยา มากขึ้น

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

ชวนมาทำความรู้จักประเภทของหนังแต่ละแนวกันให้กระจ่างแจ้ง

เชื่อว่ามีหลายคนประสบปัญหาเหล่านี้ เปิด ดูหนังออนไลน์ เว็บดูหนังออนไลน์ แล้วเจอคำค้นหาประเภทของหนัง ซึ่งบางเว็บโชคดีมีทั้งภาษาอังกฤษ ภาษาไทย บางเว็บก็มีแต่ภาษาอังกฤษซะงั้น แถมมือใหม่เพิ่งเข้าวงการหัดดูหนังยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนังแต่ละประเภทหมายถึงอะไรกันยังไงแน่ ยิ่งค้นยิ่งงง เอาล่ะ วันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้ประเภทของหนังกันให้กระจ่างแจ้ง เพื่อว่าเวลาเข้าเว็บดูหนังออนไลน์จะได้เลือกดูกันได้สบายตามใจชอบ ไม่ต้องงงกันอีกต่อไป

Action movie (ภาพยนตร์แอคชั่น)
Action หมายถึง หนังแบบบู๊ แอ็กชั่น ยิง ต่อสู้ ระทึกใจ เหมาะสำหรับคนชอบความแข็งแรงและศิลปะการต่อสู้ ในภาพยนตร์แนวนี้จะมีฉากยิง ระเบิด เผาสิ่งต่างๆ ที่เราอาจจะหาดูได้ยาก ฉะนั้นคนที่ชอบหนังประเภทนี้ไม่ใช่เพราะชอบความรุนแรง แต่จะหมายถึงคนที่ชอบที่จะสัมผัสกับสิ่งที่หาดูไม่ได้ในชีวิตประจำวันและชอบความตื่นเต้นอยู่ด้วย ปัจจุบันภาพยนตร์ประเภทนี้ มีออกมาฉายกันมากไม่เคยขาดและได้รับการตอบกลับอย่างดี แต่ก็ต้องมีเนื้อหาสาระและมุมมองของการออกแบบฉากได้อย่างลงตัวและสมจริงด้วย อย่าง องค์บาก ทั้งสองภาคก็ขายความแอ๊คชั่นเป็นจุดสำคัญ

Adventure (ภาพยนตร์ผจญภัย)
Adventure หมายถึง หนังแนวผจญภัย เข้าป่าฝ่าดง เจอปัญหาอุปสรรคมากมาย และต้องมีการแก้ไข ปัญหาสถานการณ์ หนังแบบนี้ก็เหมาะสมหรับผู้ชมที่ชื่นชอบการผจญภัย เช่น เข้าไปในป่าที่ยังไม่รู้จักว่ามีอะไรบ้างที่รอการเข้าไปค้นหาจากเรา

War (ภาพยนตร์สงคราม)
War หนังสงคราม ที่มีการอ้างอิงเหตุการณ์สงครามที่เคยเกิดขึ้นในอดีต เน้นจุดๆ หนึ่งในสงครามนั้นๆ ก็อาจจะนำไปใช้สอนเด็กนักเรียนได้ แต่ก็อาจจะไม่เหมาะในบางเรื่อง เช่น ความรุนแรงหรือความป่าเถื่อนอะไรประมาณนี้ ผมสังเกตว่าถ้าคนที่ไม่ใช่คอหนังสงครามจริงๆ เขาอาจจะไม่อยากดูเลยด้วยซ้ำ แต่คนที่ชอบดูก็จัดได้ว่าคลั่งหนังสงครามไปเลย ส่วนที่เหลือก็เป็นการชอบดูเป็นช่วงๆ ระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง

Drama Movies (ภาพยนตร์ดราม่า)
Drama หนังชีวิต ที่จะได้ความรู้สึกซึ้งเศร้า เคล้าน้ำตา ทำให้นึกถึงชีวิตคนจริงๆ บางเรื่องดูแล้วเครียด บางเรื่องก็เศร้ามากๆ แต่พอหนังจบก็โล่งหัว

Sci-Fi Movies (ภาพยนตร์วิทยาศาสตร์)
Sci-Fi หนังที่มีเนื้อหาอ้างอิงวิทยาศาสตร์ แต่ทำออกมาให้น่าสนใจอาจจะผสมจินตนาการเข้าไปด้วย แต่หลายคนบอกว่าไม่ชอบเพราะดูไม่รู้เรื่อง ซึ่งก็เป็นความจริงเพราะบางเรื่องก็ต้องอาศัยความรู้พื้นฐานเป็นเดิมพันบ้าง แต่ถ้าหากชมบ่อยๆ ก็จะเริ่มรู้เรื่องและกลายเป็นคนชอบหนังประเภทนี้ก็ได้ หนังแนวนี้สามารถต่อจินตนาการให้เราได้ เผลอๆ คนที่ดูอาจจะคิดอะไรดีๆ ออกมาสร้างประโยชน์ให้กับคนรอบข้างได้ และแนวคิดของหนังแนวนี้ก็เป็นแรงกระตุ้นให้นักวิทยาศาสตร์พยายามทำให้ได้แบบในหนัง

Family (ภาพยนตร์ครอบครัว)
Family เป็นหนังที่คนทุกคนในครอบครัวดูได้ ส่วนใหญ่เป็นภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับความผูกพัน ของคนในครอบครัว ส่วนใหญ่ก็จะแฝงแง่คิดเอาไว้และเดินเรื่องแบบเรียบง่าย เน้นความรักกันของคนในครอบครัว

Thriller Movies (ภาพยนตร์ระทึกขวัญ)
Thriller หนังแนวสืบสวนสอบสวน ที่มีการผูกเรื่องเพื่อให้ผู้ชมลุ้นไปด้วยว่าผลสุดท้ายจะออกมาในแนวใด เหมาะกับผู้ที่ชอบการสืบ นักสืบน้อยทั้งหลาย มันมีเสน่ห์ตรงทำให้ผู้ชมต้องติดตามตลอดทั้งเรื่อง ดังนั้นหากเรื่องไหนทำให้เกิดปมช้า ก็ทำให้หนังน่าเบื่อ และตอนจบและแนวเรื่องต้องมีความแปลกใหม่

Crime (ภาพยนตร์อาชญากรรม)
Crime หนังอาชญากรรม แนวการแก้ไข ต่อสู้ จับผู้ร้ายและไขคดีต่างๆ ของคุณตำรวจนั่นเอง

Documentaries (ภาพยนตร์สารคดี)
Documentary หนังแนวสารคดีที่ดูไปด้วย ได้สาระไปด้วย เช่น หนังสารคดีไดโนเสาร์ เช่น เรื่อง Jurassic Park จูราสสิค ปาร์ค กำเนิดใหม่ ไดโนเสาร์

Animation (ภาพยนตร์การ์ตูน)
Animation หมายถึง หนังการ์ตูน ซึ่งปัจจุบันกำลังมาแรง เช่น finding nemo ปัจจุบันมีการผลิตออกมาได้น่าดูและแนบเนียนขึ้น ประเทศไทยเองก็มีออกมาหลายเรื่องและได้รับการต้อนรับมากโดยเฉพาะเด็กๆ ที่ขาดกันไม่ได้

Comedy (ภาพยนตร์ตลก)
Comedy หนังตลก เบาสมอง เหมาะกับคนที่ต้องการดูเพื่อการพักผ่อน ไม่ต้องคิดอะไรมาก

Erotic (ภาพยนตร์ผู้ใหญ่)
Erotic เป็นภาพยนตร์ที่ไม่เหมาะกับผู้ที่มีอายุไม่ถึง 18 ปี เพราะเป็นเรื่องเกี่ยวกับเพศ ในประเทศไทยไม่มีเพราะทำออกมาก็ไม่ผ่านการเซ็นเซอร์

Fantasy (ภาพยนตร์ผสมจินตนาการ)
Fantasy หนังที่มีการผสมจินตนาการแบบที่เราๆ ไม่ค่อยเห็นในชีวิต จะเรียกว่า เหนือจริงก็ได้ เด็กๆ หลายคนชอบจนถึงขั้นติดเลย

Musicals Movies (ภาพยนตร์เพลง)
Musical ภาพยนตร์เพลง เช่น ชิคาโก ประเทศไทยยังไม่มีให้เห็นเป็นเรื่องเป็นราวสักเรื่อง แต่ก็ยากที่จะทำให้มีรายได้เพราะความนิยมของคนแนวนี้ไม่มาก

Romance (ภาพยนตร์โรแมนติก)
Romance หนังแนวรักโรแมนติก เหมาะกับคู่หนุ่มสาวและผู้ที่กำลังมีความรักทั้งหลายหรือคนที่กำลังอยากจะรักใคร ชมไว้เป็นแนวทางในการทำตนเมื่อมีคนรัก จะได้ความรู้สึกมากขึ้นหากเราเคยมีประสบการณ์และความรู้สึกเหมือนในภาพยนตร์ จึงไม่แปลกใจที่หลายคนร้องไห้กับหนัง แต่อีกหลายคนอาจจะมองว่ามันซึ้งตรงไหน ไม่ผิด

Western (ภาพยนตร์ตะวันตก)
Western หนังคาวบอยตะวันตก ปัจจุบันอาจจะดูไม่ค่อยได้รับความนิยมเท่าไรเพราะความแปลกใหม่ในการนำเสนอหายากขึ้นและเสี่ยงมากที่จะทำออกมา

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

มาเข้าครัว ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! ด้วยการดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร

สงกรานต์ปีนี้ไม่ได้ออกบ้านไปไหน ดูหนังออนไลน์ เราจะขอชวนคุณเข้าครัวกัน เอาล่ะ เปิด เว็บดูหนังออนไลน์ มาดูหนังเกี่ยวกับการทำอาหาร ปลุกความเป็นเชฟในตัวคุณ! กันเถอะ รู้มั้ยว่า การนั่งดูหนังสักเรื่อง บ่อยครั้งนอกจากสร้างความบันเทิงแล้ว หากเป็นหนังที่ว่าด้วย ‘การทำอาหาร’ ไม่ว่าจะเป็นสัญชาติไหนๆ ก็ตาม ผู้กำกับมักมีวิธีสอดแทรกฉากทำอาหารเหล่านั้นออกมาได้พิถีพิถัน และมันก็สามารถทำให้ท้องผู้ชมร้องอยู่ตลอดเวลาระหว่างการชมได้เหมือนกัน วันนี้เราชวนทุกคนดูหนังออนไลน์อยู่บ้านที่เกี่ยวกับการทำอาหารที่มอบจะความบันเทิงได้เป็นอย่างดี และจะทำให้ท้องร้องได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

1. นายไข่เจียวเสี่ยวตอร์ปิโด (2017)
ผลงานฝีมือคนไทยกับหนังตลกผลงานการกำกับโดย พี่โต๊ะ พันธมิตร ที่ครั้งนี้จับ ก้อง ห้วยไร่ มาลงจอภาพยนตร์ครั้งแรก ปะทะสิงโต นำโชค กับเรื่องไข่ๆ ไอเดียบรรเจิด ที่เอาไข่เจียวอาหารเด็ดของคนไทยไม่แพ้ชาติใดในโลกมาเป็นอีกหนึ่งตัวละคร ถ่ายทอดเรื่องราวฟูฟูไปด้วยเสน่ห์ของรอยยิ้มและเสียงหัวเราะในแบบอารมณ์ดีสุดๆ ของมิตรภาพกลุ่มเพื่อนที่มีไข่เจียวเป็นศูนย์กลางกับภารกินดัน “ไข่เจียวไทย” ไปเป็น “ไข่เจียวโลก” เพิ่มรสชาติความสนุก ระเบิดระเบ้อเสียงหัวเราะแบบไม่มีกั๊กด้วย บอล เชิญยิ้ม ระดมเหล่าศิลปินและซูเปอร์สตาร์สุดเซอร์ไพรส์อีกเพียบ รับรองว่าดูเรื่องนี้ได้ทั้งความฮา ความหิว และร้องโอ้โห !

2. เชฟจ๋า : Chef (2014)
ผลงานทุนต่ำของผู้กำกับ จอน เฟฟโร แห่ง Iron Man ที่คราวนี้พาผู้ชมไปสำรวจชีวิตของพ่อครัวแห่งภัตตาคารอาหารฝรั่งเศส ผู้ที่วันหนึ่งความซวยก็มาเยือนแบบไม่ทันตั้งตัว เมื่อเขาดันไปมีเรื่องกับนักวิจารณ์อาหารคนดัง จนเป็นเหตุให้ถูกไล่ออก เขาจึงตัดสินใจหาลู่ทางในชีวิตใหม่ ผลที่ได้คือการขับรถบรรทุกขายอาหารตระเวนไปรอบๆเมืองเพื่อสร้างสรรค์เมนูใหม่ๆให้แก่ลูกค้าทั้งหลายที่แวะเวียนมาชิมฝีมือของเขา Chef เป็นเรื่องราวสนุกๆ ชวนประทับใจกับการออกเดินทางเพื่อพาชีวิตออกจากวงจรเดิมๆไปพบเจอสิ่งใหม่ๆแล้ว หนังยังมีฉากทำอาหารที่ชวนน้ำลายไหลแทรกอยู่เป็นระยะๆ

3. อุด้ง : Udon (2006)
แค่ชื่อเรื่องก็คงบอกชัดเจนแล้วว่านี่เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับอาหารประเภทเส้นที่เรียกว่า “อูด้ง” โดยนี่เป็นเรื่องราวของหนุ่มหน้าซื่อวัย 31 ปี นามว่า โคสุเกะ ที่หลังจากพบกับความผิดหวังในการไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ จนต้องหอบความฝันที่แตกสลายกลับบ้านเกิดในเมืองเล็กๆอันห่างไกล เมืองที่ขึ้นชื่อในการทำอูด้งที่โด่งดังไปทั่วประเทศญี่ปุ่น จากที่เคยมองข้ามอูด้ง แต่ตอนนี้ โคสุเกะ ก็ได้ความคิดใหม่ว่าอูด้งนี่แหละที่จะเป็นตัวเปลี่ยนชีวิตเขาและนั่นนำไปสู่การตะลุยค้นหาร้านอูด้งต่างๆ ตลอดจนการค้นลึกไปถึงทุกเรื่องที่เกี่ยวกับเมนูอาหารนี้!! หนังไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวการเดินทางตามหาตัวเองและวิ่งตามความฝันที่เรียบง่าย แต่ชวนให้ติดตาม แต่ทุกๆเมนูอูด้งที่โคสุเกะและเหล่าเพื่อนตระเวนไปลิ้มลองนั้นช่างเป็นภาพที่ยั่วการทำงานของกระเพาะอาหารอย่างที่สุด จนคุณต้องออกไปตามหาอูด้งมาทานบ้างทันทีที่ดูจบ

4. ระ-ทะ-ทู-อี่ พ่อครัวตัวจี๊ด หัวใจคับโลก : Ratatouille (2007)
“ไม่ว่าใครก็ทำอาหารได้” หนึ่งในข้อคิดอันยิ่งใหญ่จากแอนิเมชั่นยอดฮิต ฝีมือการกำกับของ แบรด เบิร์ด ชิ้นนี้ เรื่องราวของ เรมี่ หนูซึ่งอาศัยอยู่ในฝรั่งเศส ผู้ใส่ใจในเรื่องของอาหารการกิน จนกลายเป็นหนูที่แปลกกว่าหนูตัวไหนๆ ในกลุ่ม แต่วันหนึ่งเมื่อเขาพลัดพรากจากครอบครัว โดยมีแค่หนังสือทำอาหารของ กุสโตว์ เชฟมือทองของฝรั่งเศส ผู้มีร้านอาหารชื่อกุสโตว์อยู่ในปารีส ซึ่งหลังเดินทางยาวนาน เรมี่ก็มาถึงร้านอาหารที่เขาฝันถึงจนได้ ที่นี่เขาได้เจอกับมนุษย์หนุ่มชื่อ ลินกวินี่ ที่เพิ่งเข้ามาช่วยงานในครัวของร้านอาหารดังแห่งนี้ การเจอกันระหว่าง เรมี่ กับ ลินกวินี่ ที่เริ่มต้นด้วยความตื่นตกใจ และมาพร้อมๆกับความลับของมนุษย์กับเชฟหนูที่กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาสู่โลกทั้งใบ

5. บิ๊กกุ๊กศึกโลกันตร์ : Le Grand Chef (2007)
นี่ไม่ใช่แค่การทำอาหาร แต่คือสงครามระหว่างสุดยอดพ่อครัวแห่งเกาหลี! เรื่องของของ 2 พ่อครัวนาม ซองซัน และ บองจู ที่ต้องมาแข่งทำอาหารชิงตำแหน่งสุดยอดพ่อครัว ซึ่งในอดีต ซองซัน เคยต้องพ่ายแพ้ให้กับ บองจู มาแล้ว แต่การแข่งขันครั้งใหม่นี้ นอกจากตำแหน่งอันสูงสุดของคนทำอาหารแล้ว ยังเป็นการพิสูจนว่าใครจะเป็นผู้เหมาะสมที่แท้จริงในการครอบครองมีดทำครัวโบราณ สมบัติล้ำค่าแห่งเกาหลีอีกด้วย สิ่งที่น่าสนใจของ Le Grand Chef นอกจากส่วนผสมของความตลกและดราม่าที่ลงตัวแล้ว ฉากการทำอาหารทั้งหลายในการแข่งขันแต่ละรอบ ที่ตัวละครเอกต้องทำตามโจทย์ก็ล้วนทำให้ผู้ชมต้องลุ้นไปพร้อมๆกับความหิวที่ค่อยๆก่อตัวขึ้น รวมถึงการออกตามหาสุดยอดเครื่องมือประกอบอาหารในตำนานอย่าง ถ่านไม้ สำหรับใช้ย่างอาหารในการแข่งขันรอบสำคัญที่ต้องลุ้นกันว่าใครจะเป็นผู้ตามหาได้เจอก่อนกัน

6. ปรุงชีวิต ลิขิตฝัน : The Hundred-Foot Journey (2014)
ตัวละครต่างๆในเรื่องนี้ ล้วนมีเส้นเรื่องแยกย่อยเป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่นำทุกคนมารวมกันก็คือ “อาหาร” สำหรับ The Hundred-Foot Journey นั้นพาเราไปสำรวจในประเด็นที่ว่าอาหารเป็นมากกว่าความใส่ใจ แต่คือตัวบอกวัฒนธรรมที่น่าอัศจรรย์ ทั้งยังเป็นเรื่องของความทรงจำ ความรัก และความรู้สึก หนังเล่าถึงความขัดแย้งและการแข่งขันกันระหว่างร้านอาหารฝรั่งเศส และร้านอาหารอินเดียที่ตั้งอยู่ตรงข้ามกัน แถมเรื่องก็วุ่นเข้าไปอีก เมื่อฮัสซานลูกชายฝั่งร้านอาหารอินเดีย เกิดปิ๊งกับ มาร์การีต ผู้ช่วยเชฟ ของฝั่งร้านอาหารฝรั่งเศส ท่ามกลางเรื่องรักๆแล้ว ฉากการทำอาหารจากเมนูสองสัญชาติก็ช่างถูกถ่ายทอดออกมาได้ชวนหิวเสียเหลือเกิน

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com

เทียบส่วนดีส่วนเสียของ การดูหนังออนไลน์

การดู ดูหนังออนไลน์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผู้คนชอบทำในเวลาว่าง จำนวนมากมักตรงเวลาที่อยู่แบบส่วนตัว เนื่องจากว่าการที่จะ ดูหนังผ่านอินเตอร์เน็ตเต็มเรื่อง ให้รู้สึกสนุกสนานสุดๆได้ ก็ควรต้องให้เวลาและก็ใส่ใจกับมันอย่างที่สุด แต่ว่านอกจากความสนุกสนานแล้วก็ประสบการณ์ดีๆที่กำลังจะได้รับแบบเต็มเปี่ยม จากการดูหนังออนไลน์แล้ว คุณยังคงสงสัยอยู่ใช่มั้ยล่ะ ว่ามันมีจุดเด่น ข้อบกพร่อง แตกต่างอย่างไรบ้าง โดยเหตุนี้มาดูกันดีกว่า

จุดเด่นของการดูหนังออนไลน์
จุดเด่นหนึ่งของการดูหนังออนไลน์ที่บ้าน ก็คือ อดออมค่าตั๋วหนัง อันนั้อาจจะเป็นต้นสายปลายเหตุสุดคลาสสิกของคนงบประมาณน้อยแบบพวกเราๆเลยล่ะ เนื่องจากการดูหนังเรื่องหนึ่งในโรงภาพยนต์ก็จำต้องจ่ายค่าตังแพงกว่าค่าข้าวแต่ละมื้อเสียอีก แถมยังไม่ต้องออกไปแออัดกับผู้คนด้านนอก ฝ่าป่าดงรถติด มลภาวะฝุ่นละอองควันเดินทางไปดูหนังในโรง สำหรับคนงบประมาณน้อยกระเป๋าแบบแฟนไม่มีแบบพวกเรา การดูหนังออนไลน์อยู่บ้านเป็นยอดเยี่ยมแล้ว
แล้วก็นอกจากนี้ยังมีความเป็นส่วนตัวระดับสูงสุด จะหยุดหนังแล้วลุกไปเข้าส้วมเมื่อใดก็ได้ไม่มีผู้ใดว่า หรือจะรับประทานอะไร หัวเราะ ร้องไห้ เสียงดังเพียงใดก็ได้ไม่ต้องกลัวคนใดจะส่งสายตาไม่สบอารมณ์ รวมทั้งในตอนนี้บริการดูหนังบนเว็บไซต์หนังออนไลน์ สามารถตอบปัญหาในเรื่องของประสิทธิภาพระดับ HD ซึ่งต่อให้ไม่มีระบบเสียงรอบทิศ หรือหน้าจอใหญ่ยักษ์แบบในโรงภาพยนต์ แต่ว่าถ้าจำต้องแลกเปลี่ยนกับการที่จำเป็นต้องฝ่ารถติดนานๆเป็นชั่วโมงเพื่อไปเบียดเสียดเยียดยัดกับผู้คนในโรงภาพยนต์แล้ว บางบุคคลก็บางทีอาจจะถูกใจนั่งดูหนังที่บ้านมากยิ่งกว่า ใช่มั้ยละ

จุดบกพร่องของการดูหนังออนไลน์
ข้อบกพร่องสำคัญๆก็มีเพียงอย่างเดียวก็คือ หนังที่เข้าฉายใหม่ๆมักมิได้รับการอนุญาตให้เข้าไปอยู่ในระบบของบริการดูหนังผ่านเน็ตนั้นเอง
ด้วยเหตุผลดังกล่าว การจะดูหนังใหม่ซักเรื่อง ก็เลยจำต้องใช้เวลารอคอยพักใหญ่อย่างยิ่งจริงๆ ซึ่งเป็นข้อบกพร่องสำหรับผู้ที่ใจร้อนต้องการมองไวๆแบบพวกเราทนต่อสิ่งอ้อนวอนไม่ไหว ข่มใจไม่อยู่ แม้กระนั้นสิ่งที่ได้ตอบแทนก็คือ การได้ดูหนังรวมทั้งซีปรี่ย์เก่าๆซึ่งบางเรื่องก็ขึ้นหิ้งไปแล้วอย่างไม่จำกัด สามารถมองกี่รอบก็ได้ มองเมื่อใดก็ได้

จากที่พวกเรากล่าวมาข้างต้นจะมองเห็นได้ว่าการดูหนังผ่านเน็ตนั้นมีอีกทั้งจุดเด่นข้อตำหนิปะปนไป อยู่ที่ว่าพวกเราจะเลือกแบบไหนก็สามารถทำเป็น เพื่อกับไลฟ์สไตล์ แล้วก็สิ่งที่ต้องการของพวกเราสูงที่สุด รวมทั้งในช่วงปัจจุบันอินเตอร์เน็ตไร้สายก็มีความเร็วแรงมากยิ่งกว่าเดิม ทั้งในขณะนี้หนังออนไลน์ก็มีให้เลือกใช้เลือกมองล้นหลาม ก็นับว่าเป็นจุดเด่นที่จะทำให้คู่รักหนังมีทางเลือกมากยิ่งขึ้น จะดูหนังที่บ้าน หรือมองที่ใด เวลาไหนก็ทำเป็นทั้งหมด

ดูหนังออนไลน์ ฟรี ไม่มีโฆษณาที่ >>> https://moviedoofree.com